ในอดีตนั้น Resume มักจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลบางอย่าง เช่น
- เรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่ไหนมา
- เรียนจบมาที่เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่
- ที่บ้านมีฐานะครอบครัวเป็นอย่างไร
- ที่บ้านมีพี่น้องกี่คน
- ทำงานอะไรบ้าง
- มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง
- มีการฝึกอบรมในหลักสูตรอะไรพิเศษบ้าง
- พูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่หรือพูดภาษาอื่นได้หรือไม่
- ประสบการณ์ทำงานกี่ปีแล้ว
- จุดแข็งจุดอ่อนของเราเป็นอย่างไร
- การทำงานในแต่ละวันหรือแต่ละหน้าที่นั้นทำอะไรบ้างอย่างละเอียด
- บุคคลอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้
- แนวคิดในการดำเนินชีวิตหรือการทำงาน
- ความฝันในการทำงานหรือประสบความสำเร็จในอนาคต

มีอะไรบ้างที่คาดว่า HR ในปัจจุบันอยากจะรู้เกี่ยวกับผู้สมัครมากที่สุด
1 ทำอะไรได้อย่างจริงจัง มีผลงานจริงที่เป็นรูปธรรม: ต้องการเห็นผลงานที่ชัดเจน ที่เป็นผลลัพธ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงคำอธิบาย
2 ความรู้ความชำนาญเฉพาะในเรื่องใดเป็นกรณีพิเศษ: ความรู้ที่เป็นความรู้พิเศษหรือเฉพาะเจาะจงและรู้จริงในสิ่งนั้น เพื่อให้เกิดผลงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
3 ใช้งาน AI ได้หรือไม่: ความสามารถในการใช้ AI เป็นตัวช่วยให้งานมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำขึ้น
4 Soft Skill ที่สามารถนำมาพิสูจน์ได้ด้วยเหตุการณ์จริง: การนำเสนอเหตุการณ์จริงที่ผ่านมาว่าแก้ปัญหาอย่างไร ใช้ Soft skill ตัวไหน และได้ผลลัพธ์อย่างไร
5 มูลค่าของตัวเราหรือคุณค่าในตัวเราที่จะสามารถตอบแทนองค์กรได้: ชี้ถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานของเราที่วัดค่าได้เป็นตัวเลข
6 การมีคนที่สามารถปรับตัวได้ หรือมีแนวคิดแห่งการเติบโตอยู่เสมอ: พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ยึดติดกับวิธีการทำงานแบบเก่าๆ

แนวทางในการเขียน Resume ในยุคปี 2026
– Resume ที่ดี จะต้องสามารถดึงดูดความสนใจได้ภายใน 30 วินาทีแรก: ด้วยข้อความช่วงแรกที่ยิงตรงไปถึงคุณสมบัติและคุณค่าของตัวเรา
– Resume ที่ดี จะต้องเขียนถึงผลงานที่วัดเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน: เช่น ความสำเร็จในการเพิ่มยอดขาย โดยเขียนให้กระชับสั้นๆ
– อย่าเขียน Resume เหมือนกับการบรรยายการทำงาน (Job Description): อย่าเขียนสิ่งที่ HR รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไร แต่ให้นำเสนอผลสำเร็จแทน

– สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษที่เรามี: เลือกเฉพาะคุณสมบัติเด่นๆ ที่ตรงประเด็นและใช้งานได้จริงในหน้าที่การงานนั้น






