ระหว่างงานที่ชอบกับงานที่ได้เงินเดือนเยอะคุณเลือกงานไหน
การเลือกระหว่าง 2 สิ่งนี้จะต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจและปัจจัยแวดล้อมที่เราเกี่ยวข้อง หรืออยู่ในสถานะเงื่อนไขใดที่เราสามารถเลือกได้หรือเลือกไม่ได้มากน้อยเพียงใด เรามาดูแนวคิดในการที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าเราควรจะเลือกงานที่ชอบหรืองานที่เงินเดือนเยอะ

1. พร้อมเรื่องเงินไหม
ต้องถามตัวเองก่อนว่าเรามีความพร้อมเรื่องเงินหรือเปล่า เช่น ถ้าพ่อแม่เราเป็นคนร่ำรวยมีเงินที่จะ support เราได้ เราสามารถจะเรื่องงานที่ชอบได้เลย โดยที่ไม่ต้องสนใจเรื่องเงินเดือนมากนักเพราะหากเราพอใช้หรือไม่พอใช้ยังไง ที่บ้านเราก็มีเงินพร้อมที่จะ support เราได้ อันนี้ เป็นอิสระในการเลือกนะครับ เพราะไม่มีปัญหาเรื่องทางการเงิน
2. งานที่ชอบปลายทางเป็นอย่างไร
ถ้าเราจะเลิกงานที่ชอบ สิ่งที่เราจะต้องรู้ก่อน ว่าปลายทางของงานที่ชอบนั้น จะพาเราไปสู่จุดใด ไปสู่ปลายทางจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือ พาเราไปสู่ปลายทางกันเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือ พาเราไปเป็นผู้บริหารแล้ว เราต้องถามตัวเองว่าเราชอบที่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ เพราะงานที่ชอบ ถ้านำไปสู่ปลายทางที่เราไม่ต้องการเช่น เราต้องการทำธุรกิจส่วนตัว แต่งานที่ชอบนั้น ไม่สามารถจะนำไปสู่การเป็นธุรกิจส่วนตัวได้ง่ายนัก ก็อาจจะทำให้เป็นงานที่ชอบแต่ไม่ใช่งานที่ใช่ในที่สุด
3. เงินเยอะแค่ไหน
ต้องพิจารณาว่า งานที่ชอบให้เงินเยอะแค่ไหน ถ้างานนั้นมีผลตอบแทน หรือมีรายได้มากเพียงพอที่เราพอใจ เราก็สามารถรับงานได้ แต่หากรายได้ไม่เพียงพอกับที่เราพอใจ จะทำให้เรามีปัญหาในการใช้ชีวิต หรือดำรงชีวิต ด้วยรายจ่ายที่อาจจะไม่สมดุลย์กับรายได้ที่ได้มา เมื่อนั้น งานที่ชอบก็จะเริ่มเป็นปัญหา เมื่อมีความกดดันทางด้านการทำงานมากๆ และมีความกดดันทางด้านค่าใช้จ่าย แต่รายได้ไม่เพียงพอ งานที่ชอบก็จะเริ่มเป็นงานที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่งานที่เราอยากจะทำอีกต่อไป เพราะเราไม่มีความสุขในการทำงาน

4. เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร
มองเห็นตัวเองเกษียณอายุ จะมีเงินเท่าไหร่ เป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะตัดสินใจว่า ควรจะเลือกงานที่ชอบหรืองานที่ใช่ เพราะเราต้องแลกกับเวลาที่จะต้องเดินจากนี้ไป จนถึงวันที่เราเกษียณซึ่งเป็นปลายทางที่แท้จริงของชีวิตเรา ถ้าหากงานที่ชอบมีรายได้ไม่เพียงพอในช่วงต้น แต่สามารถสร้างรายได้ระยะยาวได้มาก ก็ถือว่า เป็นงานที่เราสามารถเลือกทำได้ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าหากงานที่เงินเดือนเยอะ แม้อาจจะไม่ชอบ แต่จะสามารถทำให้เรามีรายได้สูงมากขึ้นเรื่อยๆ รวดเร็วกว่างานที่ชอบ เราอาจจะต้องตัดสินใจเรื่องงานที่เงินเดือนเยอะไว้ก่อน เพราะจริงๆ แล้ว เป้าหมายการทำงานของเรา สิ่งแรก น่าจะเป็นเรื่องของการได้เงินและผลตอบแทนเพื่อดำรงชีพ ความชอบอาจจะเป็นเรื่องลองมาในชีวิตจริง
5. ความจำเป็นในการเลือก
งานที่ชอบกับงานที่เงินเดือนเยอะ มันมาจากเรื่องของเวลาที่เราต้องใช้ในการเดินทางไปทำงาน และลักษณะงานที่เราต้องทำงานตลอดเวลา เช่นงานที่ได้เงินเยอะ เป็นงานที่ต้องทำงานอยู่กลางทะเลเป็นเวลา 15 วันต่อเนื่อง แม้จะได้ผลตอบแทนสูงมหาศาล แต่เราต้องยอมรับสภาพของการทำงานนั้นให้ได้ว่า 15 วัน เราจะไม่ไปไหนเลยจนครบ 15 วัน ถึงจะได้เข้ามาในฝั่งครั้งหนึ่ง ซึ่งสภาวะชีวิตแบบนี้ เราทนได้ไหม แม้จะได้ผลตอบแทนเยอะๆมากมาย หรือลักษณะงานของการเดินเรือขนาดใหญ่ในมหาสมุทร ซึ่งอาจจะต้องเดินทางไป 2 เดือน 3 เดือน และใช้ชีวิตอยู่บนเรือเป็นหลักในช่วงที่ไม่สามารถขึ้นฝั่งได้ โอกาสใช้เงินก็แทบจะไม่มี แม้ได้ผลตอบแทนสูงมาก ซึ่งจะเป็นงานที่มีความกดดันและความเครียดสูง เนื่องจากขาดอิสระในการไปในทิศที่ตัวเองต้องการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งทันที แต่จะมีผลตอบแทนที่ดี ถ้าหากเป็นงานที่เราไม่ชอบ แต่เราทนทำในช่วงเวลา 3 ปี 5 ปี เพื่อจะเก็บเงินและเอาเงินที่เหลือนั้นไปลงทุนทำในงานที่ชอบได้ในอนาคต ก็ถือว่าเป็นวิธีการตัดสินใจที่ดีอย่างหนึ่ง
6. เรามีภาระหนี้สินเยอะหรือเปล่า
หรือมีภาระที่จะต้องใช้เงินมากหรือเปล่า เช่น เราจะต้องดูแลครอบครัว พ่อแม่ หรือ ส่งเสียน้องให้เรียนหนังสือ ซึ่งเงื่อนไขนี้จำเป็นจะต้องได้งานที่เงินเดือนเยอะอย่างเดียวเท่านั้น เพราะงานที่ชอบ ถ้าเงินเดือนไม่เยอะเท่ากับงานที่เงินเดือนเยอะเราก็ไม่มีทางเลือก เพราะเรามีภาระค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายจริง และต้องได้เงินมากจริงๆ และเพียงพอ จึงทำให้เงื่อนไขนี้ เราต้องเลือกงานที่เงินเยอะอย่างเดียว ส่วนความชอบหรือไม่ชอบนั้น ต้องเอาไว้ทีหลัง ภาระความรับผิดชอบต้องมาก่อน

7. เรื่องของการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ
หรือความรู้ใหม่ๆ จากที่ทำงานก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจว่า งานที่ชอบนั้นมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่เป้าหมายปลายทางของเราได้หรือไม่ เพราะบางครั้ง การไปอยู่ในองค์กรใดก็ตามที่เป็นองค์กรที่เราชอบ อาจจะไม่ตอบสนองถึงความพร้อมในการให้เราเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์ใหม่ๆ เช่นอาจจะไปทำงานในองค์กรเล็กๆ แต่ที่เราชอบงานแบบนั้นเราก็จะได้เรียนรู้จำกัดและรายได้ก็จำกัดเช่นกัน เพราะเป็นองค์กรขนาดเล็กคงไม่สามารถจะจ่ายเงินให้เราได้มาก แต่ถ้าเราไปเรียนรู้ในองค์กรที่มีเงินเดือนเยอะๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรที่มีความสามารถในการหาเงินสูง จึงสามารถจ่ายเงินเดือนสูงๆให้เราได้ แต่น่าจะเป็นองค์กรที่มีความพร้อมในหลายๆด้าน จึงสามารถดำเนินกิจการและมีศักยภาพมาจ่ายเงินสูงๆให้เราได้เรา ก็จะได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆจากองค์กรเหล่านั้น ซึ่งเราต้องตัดสินใจให้ดีว่าเราต้องการความสุขจากการทำงานหรือเราต้องการความรู้จากการทำงานพร้อมกับเงินที่มากขึ้นมันเป็นเหมือนกันแลกเปลี่ยนกันระหว่างความสุขกับเงินตรา
8. โอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
ในองค์กรทั้ง 2 แบบ ในองค์กรเล็กๆเรามีโอกาสที่จะเติบโตได้รวดเร็วถ้าหากเรามีความสามารถโดดเด่น รองจากเจ้าของกิจการก็มีโอกาสที่เราจะขึ้นเป็นผู้บริหารได้เร็วขึ้น เนื่องจากมีการแข่งขันน้อย และมีลำดับชั้นของการบริหารสั้น ถ้าเราชอบองค์กรแบบนี้ก็ถือว่าเป็นงานที่ชอบและสามารถทำงานได้ แต่ถ้าอยู่องค์กรใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้รับประกันว่า เราจะได้เงินเดือนเยอะหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความสามารถของเรา แต่เรามีโอกาสความก้าวหน้าในองค์กรในระยะยาวแน่นอน ถ้าอยู่กันไป 5 ปี 10 ปี 20 ปี เนื่องจากองค์กรใหญ่จะมีตำแหน่งรองรับให้เราได้ และมีผลตอบแทนที่ดีให้กับเราได้ในอนาคต ถ้าเราอยู่กับองค์กรนั้นนานๆ

9. ความกดดันจากงานที่ทำ
หากงานที่เราชอบนั้น แม้จะมีความกดดันมากน้อยเพียงใด ก็ยังสามารถทำให้เรามีความสุขในการทำงานได้เนื่องจากเราชอบงานที่ทำอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ดังนั้น การทำงานหนักหรือการทำงานภายใต้แรงกดดัน ก็จะไม่ทำให้เรารู้สึกแย่มาก เพราะเราได้ทำสิ่งที่เราชอบ ยิ่งถ้าได้เงินเดือนเยอะด้วย ก็ถือว่าเราโชคดีมากที่ได้ทำงานที่เราชอบและได้เงินเยอะด้วย แต่ในทางกลับกัน งานที่ได้เงินเดือนเยอะย่อมมีความกดดันจากการทำงานสูงเช่นกัน เพราะเขาต้องการผลงานที่ได้มาคุ้มค่ากับค่าจ้างที่จ่ายไปในอัตราที่สูง แต่ถ้าเป็นงานที่เราชอบด้วยก็ถือว่าดี แต่ถ้าเป็นงานที่เราไม่ชอบ เราก็ต้องแลกเปลี่ยนระหว่างความกดดันในเรื่องของผลงานกับรายได้ที่มีเยอะมากจากการทำงานในตำแหน่งนั้นๆ ในองค์กรนั้นๆ
10. สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด
คือ ความสุขในการใช้ชีวิต สิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต เพราะสิ่งที่มีค่าในชีวิต คือ เวลาเวลาที่เราก้าวเดินไปในแต่ละวันนั้น ควรจะเป็นเวลาที่เรามีความสุขในการใช้ชีวิตแต่ละวัน ไม่ใช่การใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน เพียงเพราะต้องการเงินเพียงอย่างเดียวเปรียบเสมือนเราเป็นทาสของเงิน ถ้าเป็นไปได้ เราอาจจะเรื่องงานที่ชอบลงมาน้อยหน่อย แต่มีรายได้มากหน่อย อยู่ตรงกลางระหว่างงานที่ชอบกับงานที่เงินเดือนเยอะ จะเป็นการจัดสมดุลย์ให้กับชีวิต เพราะเราไม่สามารถได้ทุกอย่างในเวลาเดียวกัน แต่เราสามารถใช้ความสมดุลย์หรือความพอดีในการตัดสินใจเลือกงานที่ทำ ที่มีความชอบระดับหนึ่งและมีรายได้ดีระดับหนึ่ง แล้วประคองชีวิตไปให้มีความสุขในการทำงานแต่ละวัน

