16ก.พ.

ก่อนที่เราจะมาพูดถึงวิธีการจัดการ  Low Performance นั้น เราต้องมาวิเคราะห์ถึง สาเหตุของที่มาของการเกิด Low Performance ก่อนว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง จึงจะสามารถพิจารณาถึง วิธีจัดการ เพื่อจะปรับปรุงให้ดีขึ้น เรามาดูกันว่า  Low Performance น่าจะมาจากสาเหตุอะไรบ้าง

Low Performance ทำลาย High Performance ในองค์กร

สาเหตุของ Low Performance คืออะไร และส่งผลต่อองค์กรอย่างไร ?

1. คนตั้งใจ แต่ สภาพแวดล้อมไม่ดี 

บางครั้ง Low Performance อาจจะไม่ได้มีปัญหามาจากตัวบุคคล แต่เป็นปัญหามาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี เช่นระบบงานที่ไม่ดี ระบบการสอนงานที่ไม่ดี ระบบค้นหาหรือการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ไม่ดีของบริษัท และ ไม่มีพี่เลี้ยงที่ดีที่คอยดูแล จึงทำให้พนักงานที่มีความตั้งใจในการทำงานนั้น ไม่สามารถที่จะเริ่มต้นด้วยตัวเองได้ Self Start จะมีปัญหาในการทำงานทันที เพราะ เขาไม่สามารถแก้ปัญหาของเขาได้ และไม่สามารถถามใครได้ หรือไม่สามารถที่จะเรียนรู้จากที่ไหนได้เลย อันนี้จึงไม่ใช่ความผิดของพนักงาน ซึ่งน่าจะแก้ไขได้ไม่ยาก

2. คนไม่ตั้งใจ แต่ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี

อันนี้เป็นปัญหาแน่นอน เพราะ เขาคือ คนที่อยู่ท่ามกลางความพร้อมต่างๆที่จะมุ่งไปข้างหน้าได้ หรือพัฒนาสิ่งต่างๆไปข้างหน้าได้ เพียงแต่ต้องการความทุ่มเท และความตั้งใจจริงในการทำงาน และเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง สิ่งนี้ จึงเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับองค์กร แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะแก้ไขได้ เพราะปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล ไม่ใช่อยู่ที่ระบบหรือสิ่งแวดล้อม

3. คนตั้งใจ สภาพแวดล้อมดี

อันนี้น่าจะเป็นเรียกว่าเป็นกลุ่มที่เป็น High Performance ที่น่าจะได้รับผลกระทบจากคนที่เป็น Low Performance ในกรณีที่กลุ่ม High Performance เป็นคนที่มีจิตอ่อน หรือธาตุไม่แข็งพอ ที่จะยืนหยัดในความถูกต้องของตัวเองได้ หรือยังไม่มีภาวะผู้นำมากเพียงพอ ก็จะทำให้เป็นเหยื่อของ Low Performance ได้ในที่สุด เพราะ จะถูกล้างสมอง หรือเปลี่ยนแนวความคิด จนทำให้ High Performance Drop ลดลงไปเป็นคนที่ Standard Performance หรือ กลายเป็น Low Performance ไปในที่สุด

4. คนไม่ตั้งใจ และ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี

อันนี้ ถือเป็น มะเร็งร้ายขององค์กรทันทีในทั้งสองมิติ ซึ่งองค์กร ไม่น่าจะไปรอดได้ในกรณีที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เพราะ ไม่มีปัจจัยตัวใดเลย ที่จะช่วยดึงให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ หากเกิดกรณีอย่างนี้ องค์กรต้องรีบแก้ไขด่วน และทำ 2 สิ่งพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะอธิบายต่อไป

วิธีการจัดการLow Performance ในองค์กร

การจัดการ Low Performance ในองค์กร ต้องเริ่มจากอะไร
แนวทางการแก้ไขให้ กลุ่มที่มี Performance ต่ำ สามารถที่จะกลับมาแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น และพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และส่งผลที่ดีต่อองค์กร และภาพรวม เราควรจะทำอะไรบ้างในฐานะผู้บริหารขององค์กร

1. คัดกรองเบื้องต้นให้ได้ว่า คนที่เป็น Low Performance เป็นคนกลุ่มไหน ระหว่าง กลุ่มที่ตั้งใจ และ กลุ่มที่ไม่ตั้งใจ

คนที่เป็นกลุ่มที่ตั้งใจ ให้แยกออกมาเป็น กลุ่มที่ 1 จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนสูงสุดในการเข้าไปดูแลและแก้ไข เนื่องจาก กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะพูดคุย และทำความเข้าใจ ไปจนถึงการเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมาย หรือก้าวข้ามผ่านอุปสรรคที่เขากำลังเจออยู่ได้ อันส่งผลให้เขาเกิดสภาวะ กลุ่มที่มี Performance ต่ำ

2. คัดกรองกลุ่มที่ไม่มีความตั้งใจ ซึ่งกลุ่มนี้ จะต้องแยกย่อยออกเป็น 2 กลุ่มย่อยอีก ดังต่อไปนี้

 คัดกรองกลุ่ม Low Performance

2.1 ไม่มีความตั้งใจโดยไม่ได้เจตนา หรือ ไม่ได้เป็นคนที่มีลักษณะเช่นนั้นอย่างแท้จริง คือ ไม่ได้ขี้เกียจหรือเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานอย่างเป็นนิสัย กลุ่มนี้ยังมีโอกาสที่จะแก้ไขได้ เนื่องจากโดยนิสัยพื้นฐานแล้ว ไม่ใช่คนขี้เกียจหรือเอาเปรียบคน เพียงแต่ อาจจะมีเหตุผลบางอย่างในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ส่งผลต่อกำลังใจในการทำงานของเขา เราจึงต้องพูดคุย เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เขาเกิดสภาวะ Low Performance ในช่วงนี้ ยิ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยประสิทธิภาพการทำงานลดลง มาก่อน จะมีสัญญาณชัดเจนว่า ต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาเปลี่ยนสภาวะไปอย่างกระทันหั นซึ่งไม่ใช่เป็นลักษณะนิสัยถาวรของเขาตั้งแต่เดิมมา

2.2 ไม่มีความตั้งใจโดยนิสัยพื้นฐานเดิม หรือ พูดง่ายๆ ขี้เกียจแล้วเอาเปรียบเพื่อร่วมงานอยู่เสมอ กลุ่มนี้ มีวิธีเดียวที่เราจะจัดการได้ คือ พูดคุยแบบตรงไปตรงมา เพราะ ไม่ว่าบริษัทจะอยู่ในสภาวะที่ดี หรือ ในสภาวะที่ไม่ดีในเรื่องของระบบการสอนงาน กลุ่มนี้ก็จะยังคงเป็นกลุ่มที่มี Low Performance ไปตลอดชีวิต เพราะ เขามีความขี้เกียจและ เอาเปรียบคนอื่นตลอดเวลาเป็นนิสัยถาวร ดังนั้น สิ่งสุดท้ายที่จะทำได้ คือ การพูดคุยแบบตรงไปตรงมา และ ถามอย่างตรงไปตรงมาว่า จะมีโอกาสที่จะปรับปรุงตัวอีกหรือไม่ หากไม่สามารถจะปรับปรุงตัวได้ หรือ ไม่มีความต้องการจะปรับปรุงตัวอีก ก็คงจะต้องให้ออกไปจากบริษัท เพราะ เป็นเชื้อร้ายและเป็นมะเร็งร้ายของบริษัท ที่จะลามไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องตัดไปแต่ต้นลม

3. ผู้บริหารต้องลงมาด้วยตัวเองและทีมงาน ที่เตรียมไว้สำหรับการพัฒนาและแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ สาเหตุที่ต้องให้ผู้บริหารลงมาด้วยตัวเอง เนื่องจาก จะแสดงถึงความสำคัญ และความตั้งใจจริงของบริษัท ที่จะแก้ไขปัญหานี้ สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องนำทีมเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ คือ การสั่งการให้

1.ตรวจสอบระบบงานทั้งหมดใหม่ ว่า ที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันนี้ มีจุดไหนบ้างที่ล้าสมัย ไม่ทันสมัย และ ไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งสิ่งนี้ จะส่งผลต่อ Performance ของการทำงานอย่างชัดเจนแน่นอน เพราะ สิ่งที่เคยทำได้ดี และเหมาะสมใน 10 ปีที่แล้ว อาจจะไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมหรือทำได้ในปัจจุบัน ภายใต้สภาวะเงื่อนไขใหม่ การแข่งขันใหม่ และคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีทัศนคติในการทำงาน และเติบโตมาในลักษณะของเงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากคนรุ่นเก่าๆ ดังนั้น จึงอาจจะเป็นอุปสรรคให้เขา ไม่สามารถจะแสดงความสามารถได้เต็มที่

2.ตรวจสอบอุปกรณ์ และสื่อต่างๆ ที่สามารถใช้ในการฝึกอบรมพนักงานสำหรับพนักงานที่เข้าใหม่ หรือ พนักงานที่ไม่มีความเข้าใจในเนื้องานให้มีความถูกต้องชัดเจน และ สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งในอดีตนั้น อาจจะใช้วิธีการ เป็นคู่มือการทำงานให้พนักงานอ่าน แต่ในปัจจุบันนั้น สามารถใช้สื่อที่เป็นคลิปวีดีโอที่ทำขึ้นมา เพื่อแนะนำการทำงานของพนักงานในทุกๆ ส่วน ให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ง่าย เพราะ พนักงานบางคน ก็ไม่ถนัดในการอ่านหนังสือ หรือ ไม่ชอบอ่านหนังสือ จึงทำให้เขาอาจจะไม่อยากจะเรียนรู้ และ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน แต่อาจใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ สื่อสมัยใหม่ ที่เป็นคลิปวีดีโอ ใช้อธิบายและมีภาพตัวอย่างในการสอนอย่างชัดเจน จะทำให้พนักงานเข้าถึงง่าย และเข้าใจง่ายในระยะเวลารวดเร็ว และเป็นการพัฒนาการทำงานของเขา และ ช่วยแก้ปัญหาการทำงานของเขาได้ทันที

3.จะให้มีทีมงานที่เป็นพี่เลี้ยงอยู่ตลอดเวลา เหมือนมีหมออยู่ที่แผนกฉุกเฉินตลอดเวลา หากพนักงาน มีความต้องการที่จะสอบถาม ขอความช่วยเหลือ และเรียนรู้เพิ่มเติม ต้องทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงทีมงานนี้ได้ง่ายที่สุด ลดขั้นตอนในการเข้าถึง และ เปิดช่องทางหลายๆ ช่องให้การเข้าถึงสะดวกสบาย แม้จะมีคู่มือการทำงานที่เขียนไว้อย่างชัดเจนไว้สำหรับพนักงานที่ชอบอ่าน และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง จากการอ่าน หรือ มีคลิปวิดีโอที่สามารถเรียนรู้ได้ตัวเองจากการฟัง หรือการดู แต่อย่างไรก็ตาม พนักงานทุกคน ย่อมมีโอกาสที่จะไม่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคู่มือ หรือในคลิปวิดีโอนั้นอย่างถ่องแท้ และ มีคำถามที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนรู้แน่นอน ดังนั้น สิ่งสุดท้าย นอกเหนือจากการที่เทคโนโลยีจะสามารถช่วยทำงานที่น่าเบื่อ และลดขั้นตอนการทำงานได้แล้ว ในการเตรียมสื่อต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีมนุษย์ หรือคนที่สามารถตอบคำถามได้ รับฟังได้ และเข้าใจความรู้สึกและคำถามได้ดีกว่าเทคโนโลยี AI

กล่าวโดยสรุปแล้ว แนวทางในการแก้ไขปัญหา Low Performance มีสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนดังต่อไปนี้

1. คัดกรองแยกกลุ่มปัญหาออกมาให้ชัดเจน ว่า เป็นปัญหาถาวร ขี้เกียจแล้วเอาเปรียบโดยสิ้นเชิง หรือ เป็นปัญหาชั่วคราว ขาดกำลังใจ หรือ ขาดความสามารถในการเรียนรู้

2. จัดหาอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่สนับสนุนการเรียนรู้ ทั้งทางตรง ทางอ้อม ทั้งการเรียนรู้ด้วยตัวเอง หรือ มีทีมงานที่คอยสนับสนุน

3. จัดหาพี่เลี้ยง ที่พร้อมตลอดเวลา ที่จะให้คำตอบ ให้ความช่วยเหลือ เมื่อพนักงานต้องการปรับปรุงตัว เรียนรู้ และ เสริมสร้างศักยภาพในการทำงาน ผ่านการพูดคุยและให้คำปรึกษา

4. กำจัดพนักงาน ที่เป็นเชื้อโรค หรือ มะเร็งร้าย ที่ไม่สามารถจะเยียวยาหรือรักษาได้อีกต่อไป เนื่องจาก เขาเกิดมาเพื่อเป็นปัญหากับองค์กรอย่างแท้จริง ต้องตัดสินใจให้เร็วที่สุด และ เด็ดขาดเ พื่อรักษาภาพรวมให้เดินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

5. ผู้บริหารต้องลงมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยตัวเอง และ มานำทีมด้วยตัวเอง ในการจัดการแก้ปัญหา และ พัฒนาสิ่งเหล่านี้ เพราะถือว่า เป็นวาระสำคัญของบริษัทอย่างยิ่ง หากผู้บริหารไม่ให้ความสนใจอย่างแท้จริง และ ไม่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นี่คือ วาระแห่งชาติ ที่บริษัทจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ การแก้ปัญหานี้ ก็ไม่สามารถทำได้แน่นอน เพราะ ทุกคนจะมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า ธุระไม่ใช่ ไม่ทำก็ไม่เป็นไร

อ้างอิง

https://medium.com/@ryangwilson/how-to-manage-strong-low-performing-team-members-4d3ffbac5fc6
https://www.eaglehillconsulting.com/insights/retaining-top-employees-low-performers-destroying-culture/
https://orchidjobs.com/interest/thesameplace/