Professional
Recruitment Services

เราคือบริการที่เข้ามาช่วยเหลือด้านการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะพิเศษ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เหมาะสม ตรงตามคุณสมบัติที่องค์กรต้องการโดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คอยคัดสรรบุคลากรให้กับองค์ชั้นนำมากมาย เพื่อความเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการจัดการด้านทรัพยากรบุคคล เรามุ่งเน้นที่จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานให้กับฝ่ายทรัพยากรบุคคล

OrchidJobs Service

RECRUITMENT

บริการที่เข้ามาช่วยเหลือด้านการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะพิเศษ หรือกลุ่มสาขาอาชีพเฉพาะทางที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่เหมาะสมตรงตามคุณสมบัติที่องค์กรของลูกค้าต้องการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ผ่านประสบการณ์ในการคัดสรรบุคลากรให้กับองค์กรชั้นนำมากมาย

อ่านบทความ

HEAD HUNTER

บริการสรรหาบุคลากรแบบเชิงลึก เน้นบุคลากรระดับสูง ฝ่ายบริหาร หัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ หรือสายงานที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน เฉพาะทักษะพิเศษ ประสบการณ์เฉพาะด้านสูง ตั้ง 5-15 ปีขึ้นไป

Read Article

OUTSOURCE

บริการ Outsource พนักงานชั่วคราว พนักงานตามสัญญาจ้าง เรามีบริการสรรหาพนักงานชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และการบริหารองค์กรของลูกค้า บริการของเรามีแบบทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี หรือ ตามสัญญาจ้าง

Read Article

RESUME PROMPT

บริการคัดสรรเรซูเม่ที่มีคุณภาพสูง และตรงตามคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการ คุณภาพมากถึง 90% บริการเพตเกต การจัดส่งเรซูเม่ ให้ลูกค้าเพื่อนำไปคัดสรร กับตำแหน่งงานของท่านที่กำลังเปิดรับ โดยมีราคาประหยัด รวมทั้งประหยัดเวลาในการสรรหาการค้นหาในระบบ

Read Article

Why choose OrchidJobs ?

Problem Solving

บริการจัดหาบุคลากรให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า การศึกษา อายุ ประสบการณ์ ช่วงเงินเดือน เงื่อนไขอื่นๆ
ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการสรรหาบุคลากร ประหยัดเวลาลดขั้นตอนการทำงาน

Process

เป็นการสรรหาเชิงรุก คัดเลือกเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ลดเวลาในการรอใบสมัคร ลดขั้นตอนการทำงาน

Differentiate

บริการนี้แก้ปัญหาอะไรของลูกค้าได้บ้าง
ลดขั้นตอนการทำงานของลุกค้า
ได้คนตรงตามความต้องการ 80%-100%
ลดปัญหาการไม่มาสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครมีตัวตนจริง

How it works

การตรวจสอบ

ขั้นตอนแรกของการสรรหาที่ดีคือการตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัครให้ครบถ้วนและตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด และเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ผู้สมัครแจ้งมานั้นเป็นจริงหรือไม่

การสัมภาษณ์

เป็นขั้นตอนหนึ่งของการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และวัฒนธรรมขององค์กร การสัมภาษณ์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะมีโอกาสทราบรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผู้สมัครมากขึ้นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในใบสมัคร

การทดสอบ Soft Skill

การทดสอบ Soft Skill เพื่อให้ได้รู้ถึงความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้านของผู้สมัครได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยการทำทดสอบ Soft Skill นี้จะรวมไปถึงการทำวิเคราะห์ภาวะผู้นําที่ดี หรือทฤษฎีภาวะผู้นําตามสถานการณ์อีกด้วย

การฝึกอบรม

การเตรียมตัวก่อนเริ่มงานแบ่งหลักสูตร เป็น 2 หลักสูตร

การบริการของลูกค้า

ORCHIDJOBS เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริการ หรือความประทับใจหลังจากได้รับบริการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ การทำให้ลูกค้าเชื่อใจและไว้วางใจในธุรกิจบริการของเราคือการรักษาลูกค้าไว้ ด้วยการรักษาคุณภาพและพัฒนาการให้บริการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

Customer Seeking

ORCHIDJOBS เรามีผู้เชี่ยวชาญในการสรรหาพนักงานบุคลากร ให้ลูกค้าทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานประจำทุกภูมิภาคของประเทศ ทีมงานประจำภาคคอยคัดสรร ค้นหาบุคลากรที่เหมาะสมกับลูกค้า พร้อมสัมภาษณ์งาน อบรม ฝึกทักษะจำเป็น

Expert Recruitment

ฝ่ายสรรหาที่มีความสามารถในการสรรหา ผู้สมัครงานที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะ และตำแหน่งที่เจาะจงเป็นพิเศษ

เรซูเม่

การพัฒนาตัวเองและเตรียมความพร้อมในการทำงานในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

คนทำงานต้องปรับตัวอย่างไร หากมีการระบาดอีกครั้ง โควิด-19   ในสถานการณ์ที่อ่อนไหวแบบนี้กับสถานการณ์โควิด-19 ที่อยู่ๆก็มีบุคคลภายในประเทศติดเชื้ออีกครั้ง ทำให้องค์กรและภาคธุรกิจกลับมาระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม เราต้องยอมรับว่าในช่วงนี้ที่สถานการณ์เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ในสภาวะการจ้างงานก็ยังมีความระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่องค์กรระดับใหญ่ของประเทศ หรือองค์กรระดับกลาง ไปถึงองค์กรระดับเล็กๆ ที่ปิดกิจการไปจำนวนมาก แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรผู้สมัครงานหรือคนหางาน ก็ต้องปรับตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีทำงาน การพัฒนาตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้อยู่รอดในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ทางกลับกันถ้าหากองค์กรดูแลพนักงานไม่ดี คิดแต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของพนักงานซึ่งมีส่วนในการขับเคลื่อนองค์กรได้ พนักงานเก่งๆอาจจะทิ้งองค์กรเหล่านั้นเพื่อไปหาสวัสดิการในการชีวิตที่ดีกว่า เพราะเห็นได้ชัดว่าหลายๆองค์กรอาศัยในสถานการณ์นี้เลิกจ้างพนักงานออกเป็นจำนวนมากคิดเพียงแค่ว่า อยากลดอัตราค่าใช้จ่ายในองค์กร จนลืมนึกถึงหลังสถานการณ์นี้ องค์กรก็จะขับเคลื่อนช้ากับคู่แข่งแน่นอน กลับมาด้านการพัฒนาตนเองของพนักงานและคนทำงานในสถานการณ์นี้ หากการระบาดจะกลับมาอีกครั้ง 5 สิ่งสำคัญในการทำงานยุคนี้ ดังนี้ ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา บนสมาร์ตโฟน และอุปกรณ์พกพา :  การทำงานกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ตั้งโต๊ะเป็นเรื่องล้าหลังไปแล้ว  มีคนจำนวนไม่น้อยปรับตัวในการทำงานผ่านระบบเทคโนโลยีพกพามานานก่อนจะเกิดสถานการณ์โควิด-19 เราจะสังเกตได้ว่าในช่วงปีสองปีนี้มีคนทำงานไม่น้อยที่ทำงานผ่านระบบเทคโนโลยีนี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น แถมการทำงานโดยอุปกรณ์พกพานี้ยังลดต้นทุนด้านไอทีขององค์กรได้อีกด้วย ระบบการสื่อสาร โลกาภิวัฒน์ช่วยเชื่อมต่อโลกในการทำงานอย่างไม่มีขีดจำกัด : การสื่อสารปัจจุบันผู้สมัครงานต้องปรับตัวและเพิ่มความรู้ในด้านนี้ให้มากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานของผู้สมัครงาน หากผู้สมัครงานมีความรู้ความสามารถในด้านการสื่อสารและฟังก์ชั่นการสื่อสารระบบออนไลน์ ก็จะทำให้ผู้สมัครงานมีศักยภาพในการทำงานมากขึ้นและพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา แถมยังต่อยอดในระบบอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มตัว การเพิ่มความรู้ความเข้าใจในระบบ  คลาวด์ คือหัวในการทำงานร่วมกัน : ระบบการประมวลผล และการจัดเก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลออนไลน์ ในรูปแบบ คลาวด์ จะเข้ามามีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางของการทำงานร่วมกัน ช่วยให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลในการทำงาน ทั้งในส่วนขององค์กรที่สามารถเฝ้าดูการทำงานจากระยะไกล และทีมงานที่สามารถโต้ตอบกันได้ด้วยการทำงานร่วมกันผ่านทางวิดีโอตลอดเวลา การพัฒนาตัวเองในการใช้งานระบบซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานที่ยืดหยุ่นและคล่องตัว : การดำเนินงานขององค์กรยุคใหม่ต้องมีความยืดหยุ่น และคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นให้คนทำงานทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันได้ การมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ในองค์กร ตัวของคนนทำงานก็ต้องเรียนรู้ในระบบการทำงานรูปแบบเหล่านี้ เพื่อจะได้ง่ายต่อการปฏิบัติงานต่อไป การมีทักษะพิเศษเพิ่มเติม : การพัฒนาตัวในการทำงานเพิ่มทักษะที่จำเป็นและสามารถนำไปต่อยอดกับสายงานของตนเองและรวมถึงทักษะที่นอกเหนือจากที่เคยทำมา จะช่วยให้คนทำงานเปิดทัศนคติและมีความรู้ความสามารถในการทำงานมากขึ้น แถมยังเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้อีกทางด้วย บทความโดย : พงศิษฐ์​ ด่านประเสริฐกุล
อ่านเพิ่มเติม

ครม.มีมติลดเงินสมทบประกันสังคมอีก3เดือน

เมื่อคณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน กรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเฟสที่ 2 โดยลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากปกติฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 2% ของค่าจ้างผู้ประกันตน และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ส่งเงินสมทบในอัตราเดือนละ 96 บาท จากปกติที่ต้องจ่ายเดือนละ 432 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่งวดค่าจ้างเดือน กันยายน - พฤศจิกายน  2563 การลดหย่อนการจ่ายเงินสมทบครั้งนี้ จะเป็นการลดภาระให้แก่ผู้ประกันตน จำนวน 12.79 ล้านคน คิดเป็นเงิน 13,074 ล้านบาท และนายจ้าง 487,000 ราย คิดเป็นเงิน 11,234 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กว่า 24,000 ล้านบาท และหากคิดเป็นจำนวนเงินที่จะประหยัดได้ของผู้ประกันตน มาตรา 33 เฉลี่ย 1,022 บาท และผู้ประกันตนมาตรา 39 เฉลี่ย 1,008 บาท ต่อช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ลดหย่อนให้ส่วนกองทุนประกันสังคมคาดว่าจะจัดเก็บเงินสมทบได้ 26,463 ล้านบาท จากปกติที่ประมาณการจัดเก็บได้จำนวน 50,775 ล้านบาท จัดเก็บลดลง 24,313 ล้านบาท ขณะที่ประมาณการรายจ่ายประโยชน์ทดแทนในช่วง 3 เดือน คิดเป็นเงิน 46,667 ล้านบาท ทำให้เงินสมทบที่จัดเก็บต่ำกว่ารายจ่าย และต้องใช้เงินกองทุน 17,204 ล้านบาท ส่งผลให้กองทุนเสียโอกาสจากการลงทุน 1,077 ล้านบาท ข่าว : thairath online ลิ้งก์ : https://www.thairath.co.th/news/business/finance-banking/1922612
อ่านเพิ่มเติม

การเพิ่มทักษะในการทำงานให้มีความหลากหลายเพื่อให้อยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน

Multitasking skills ทักษะจำเป็นของคนทำในยุคนี้ ไม่ตกงานชัวร์ ถ้าจะพูดถึง Skills ในการทำงานของคนทำงานในยุคดิจิทัลนี้ ความสามารถที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการว่าจะรับคุณเข้าทำงาน หรือต่ออายุการทำงานของคุณได้ ยกตัวอย่าง Multitasking Skills เรียกง่ายๆว่า การทำงานด้วยความสามารถหลากหลายด้าน  ถึงแม้เราจะทำงานในตำแหน่งงานเดียวระดับปฏิบัติงานหรือชำนาญ ไม่เว้นแต่ระบบบริหารงาน ก็จำเป็นทั้งนั้น   การทำงาน Multitasking Skills เป็นอย่างไร ก็เป็นการพัฒนาตัวเองในสายงานของตนและไม่ขีดข้อจำกัดในการทำงานในกรอบขอบเขตที่ตัวเองเคยทำมา ความสามารถหลากหลายด้านนี้ เช่น คุณทำงานในตำแหน่งการตลาด แต่ถ้าคุณมีความสามารถพอ ก็สามารถออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆที่นำไปใช้ในกระบวนการทำงานของคุณได้  ทั้งด้านกราฟิก แต่ไม่เป็นต้องทำในระยะเวลาเดียวกัน การพัฒนาตนเองในการทำงานของผู้สมัครงาน คนทำงาน ในโลกอินเทอร์เน็ต ก็เป็นแหล่งเรียนรู้และเพิ่มทักษะให้กับตนเองได้ดีเยี่ยม ตามเทรนด์โลกได้ทัน กำหนดทิศทางกระบวนการทำงานของคุณได้ การตามโลกให้ทันเป็นสิ่งดี และเนื่องด้วยเวลาจำกัด เราก็ยิ่งต้องเพิ่มศักยภาพหลายๆด้านในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ผู้ประกอบการและองค์กรของคุณเห็นถึงความสามารถของตัวคุณเอง ไม่ใช่ทำงานแบบผ่านไปวันๆ เดิมๆ และไม่คิดจะพัฒนาตัวเองเลย ถ้ายังไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองในเวลานี้ เชื่อเลยว่าอีกไม่นานคุณจะเป็นบุคคลที่ตามโลกไม่ทันและอาจโดนกำหนดให้เป็นคนทำงานที่องค์กรเลือกไม่ต่ออายุการทำงานก็ได้ ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ด้วย ใครทำงานได้หลากหลายด้านก็มีชัยไปเกินครึ่งแน่ๆ   Multitasking Skills อย่างเดียวก็ไม่พอต่อการพัฒนาตนเอง ต้องจัดลำดับความสำคัญของกระบวนการทำงานให้ได้ด้วย เราจะบอกหลักการง่ายๆ เพื่อนำไปปรับใช้กัน การจัดการเวลา :  การทำงานหลากหลาย ควรจัดลำดับความสำคัญให้ดีอะไรก่อนหลัง คุณต้องใช้เทคโนโลยี และตัวช่วยอื่นๆ เพื่อให้ได้เวลาของคุณคืนมา ทำงานได้เร็วขึ้น และมีเวลาเหลือมากขึ้น ทำงานเสร็จตามกำหนด​ : ตารางงานเป็นสิ่งจำเป็น สิ่งไหนต้องทำให้เสร็จวันไหน เวลาไหน การจดบันทึก การแจ้งเตือนกำหนดการต่างๆ แผนงานที่ต้องทำทั้งหมดนี้คือความรับผิดชอบของผู้สมัครงาน งานไหนทำก่อน ทำหลัง ทำให้เสร็จตามที่กำหนดไว้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า :  การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาระหว่างการทำงาน เป็นเรื่องปกติ แต่การแก้ไขปัญหาในแบบฉบับของการทำงานแบบ Multitasking Skills ต้องอาศัยความอดทนและความรอบคอบพอสมควร เพราะจะมีเวลาเข้ากับเกี่ยวข้อ การยึดติดกับการวางแผนงานเดิมๆ อาจไม่ประสบความสำเร็จ ประสบการณ์ดีขึ้น : ในการทำงานแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มศักยภาพในการทำงานแล้ว ยังจะทำให้ผู้สมัครงานและคนทำงานมีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาตัวเองและขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างรวดเร็ว และคุณเองก็จะก้าวหน้าในการทำงานอย่างก้าวกระโดดแน่นอน สรุปกันง่ายๆ ในการทำงาน Multitasking Skills  พัฒนาตัวเองในทักษะที่หลากหลาย หยุดพูดคำว่าเดียวก่อน เพราะเวลาไม่รอใคร และหยุดตั้งกำแพงในการทำงานกับคำว่าทำไม่ได้ ไม่มีเวลา ถ้าจัดการเวลาได้ดี ก็ทำทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ   บทความโดย : พงศิษฐ์ ด่านประเสริฐกุล
อ่านเพิ่มเติม

ในยุคดิจิทัลทักษะความเป็นผู้นำและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นสิ่งสำคัญรวมทั้งการพัฒนาตนเอง

ภาวะทักษะความเป็นผู้นำที่ดีของผู้สมัครงาน และคนหางาน คิดจะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ขึ้นอยู่กับการปรับตัว การมุ่งมั่นในการทำงาน และพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความรู้ ทักษะความเข้าใจในภาระงานที่ดี รวมถึงทัศนคติของเราต่องานที่ทำเป็นสิ่งสำคัญต่อความก้าวหน้าไม่แพ้สิ่งอื่น  “  การเป็น  ผู้นำดี  ไม่ได้หมายความว่า ผู้นำคนนั้นต้องเก่งที่สุด  “    แต่การเป็นผู้นำดีนั้น  คือ การทำให้ลูกน้อง ของตน เก่งขึ้น และดีต่างหาก  การเป็นหัวหน้าอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นหัวหน้าและเป็นผู้นำที่ดี นี่ซิเป็นเรื่องยากและการท้าทายสำหรับทุกคน เพราะคุณไม่สามารถสั่งให้ทุกคนชอบหรือเห็นด้วยในสิ่งที่ตนเองทำ   แต่ในฐานะผู้นำ  คุณต้องซื้อใจลูกน้องให้ได้ เพื่อต่อยอดการทำงาน ส่งให้องค์กรประสมความสำเร็จตามเป้าที่ตั้งไว้ให้ได้   ลักษณะ 10 ทักษะสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้คุณและลูกน้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข 1. ทำให้เกิดความร่วมมือ แน่นอนว่างานทุกอย่างจะสำเร็จไม่ได้หากเกิดจากๆ คนเดียว เพราะฉะนั้นทุกคนต้องร่วมมือกัน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น  “ ผู้นำ  “ ที่ทำหน้าที่กุมอำนาจ แต่ก็ใช้ว่าคุณจะมีสิทธิ์สั่งอย่างเดียว ผู้นำที่ดีต้องรู้จักใช้อำนาจด้วยเหตุผล รับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น เพื่อให้ภาพรวมการทำงานมีประสิทธิภาพที่น่าเชื่อถือ 2. โฟกัสที่ทีมงาน บุคลากรที่ดี ถือเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดขององค์กร การกล่าวคำชื่นชม  การทำงานของ ผู้ร่วมงาน  การสร้างความเชื่อมั่นในตัวทีมงาน  และ การเคารพซึ่งกันและกัน 3. มองเห็นความผิดปกติ เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากรับมือกับเรื่องดราม่า แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณจะต้องเจอกับปัญหาเล็กๆ ที่อาจก่อตัวเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต หน้าที่ของผู้นำคือ หมั่นสังเกตความผิดปกติในทีม หานโยบายการทำงานที่สอดคล้องกัน เพื่อให้ทีมทำงานได้อย่างงมีประสิทธิภาพ 4. กล้าเปลี่ยนแปลง การจะก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรย่อมส่งผลต่อองค์กรแน่นอน อย่ากลัวที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้มองว่าเป็นเรื่องท้าทายที่คุณและทีมงานสามารถทำร่วมกันได้ 5. รู้จักเรียนรู้ เพราะการทำธุรกิจคือโลกของการแข่งขัน ในฐานะผู้นำคุณต้องเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนองค์กร พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และวิธีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่สำคัญอย่าลืมปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้ทีมงาน 6. ต้องเป็นหัวหน้าที่เข้าถึงง่าย เมื่อพูดถึงการเป็นผู้นำที่อยู่บนยอดสูงสุดขององค์กร บางคนอาจรู้สึกกลัว เหงา หรือโดดเดี่ยว อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรแยกตัวเองออกจากคนอื่น แต่ต้องเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องเข้าถึงง่าย เห็นคุณค่าของการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น หมั่นพูดคุยกับทีมงานบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าพวกเขามีปัญหาอะไร และแต่ละคนมีนิสัยอย่างไร 7. มีความเชื่อมั่น การเป็นผู้นำที่น่าเอาแบบอย่าง ต้องมากจากความเชื่อมั่นที่มีอยู่ในตัวเอง เพราะทุกการกระทำของคุณ จะเป็นการแสดงความเชื่อมั่นที่มีต่อองค์กรและลูกน้องได้รับรู้ 8. มีความรับผิดชอบ จริงๆ แล้วไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งใด ความรับผิดชอบคือสิ่งที่ทุกคนต้องมีไม่ว่าจะทำอะไร 9. มีคาแรคเตอร์ การมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัว อย่ามองว่าไม่สำคัญ คาแรคเตอร์ของคุณจะช่วยเสริมให้การกระทำ และทำพูดน่าเชื่อถือขึ้น ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับคาแรคเตอร์ของแต่ละคน บางครั้งอาจเป็นสายฮา บางคนสายจริงจัง หาความพอดีให้เจอ แล้วทุกอย่างจะง่ายเอง 10. พร้อมให้คำปรึกษา และเปิดโอกาส การเป็นผู้นำไม่ได้หมายความคุณจะต้องอยู่บนหิ้งแตะต้องไม่ได้ แต่ผู้นำที่ดีต้องเข้าถึงง่าย และพร้อมจะให้คำปรึกษาแก่ลูกน้อง บางครั้งคุณอาจไม่เชี่ยวชาญเท่าลูกน้อง ลองปล่อยให้พวกเขานำทางบ้าง เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงทักษะและความสามารถที่ซ่อนอยู่   ทั้งนี้ จากการกล่าวข้างต้น หากไม่มีสักข้อ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นผู้นำที่ไม่ดี แต่คุณสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกน้องให้เกิดความพยายาม ในการลงมือทำได้ เพียงมีความมุ่งมั่นและทำทุกอย่างได้ให้เต็มที่   บทความโดย : นางสาวสุรัตนวดี   แซ่ตั้น
อ่านเพิ่มเติม

เด็กจบใหม่เตรียมตัวอย่างไรให้ได้งานปังๆ

เชื่อว่าผู้สมัครงานหรือน้องๆที่จบใหม่หลายๆคนคงมีความกังวลใจเรื่องการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน คำถามต่างๆที่ต้องเจอวันนี้เราจะมาแนะนำการเตรียมตัวและคำถามที่ต้องเจอมาฝากกัน ในยุคปัจจุบันเราก็มองเห็นได้ชัดว่า การเตรียมความพร้อมตัวในการหางานสมัครงานเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้เรามีงานทำ และได้งานที่ตรงใจมากที่สุด เรามีเทคนิค 6 ขั้นตอนการเตรียมความก่อนก้าวสู่โลกแห่งการทำงาน ดังนี้ เอกสารในการสมัครงาน หางาน ประวัติ เรื่องนี้สำคัญมากเป็นความพร้อมอันดับต้นๆที่ทางบริษัทจะดูคุณว่ามีความพร้อมในการสมัครงานแค่ไหน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจในการพบกันครั้งแรกของคุณ ผู้หญิงอาจจะสวมใส่เสื้อเชิ้ตหรือกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น หากเป็นชุดแซกไม่ควรสั้นหรือยาวเกินไปชุดสีสันเรียบร้อยไม่ฉูดฉาดเกินไป ผู้ชายกางเกงแสล็ค เสื้อเชิ้ตแขนสั้นหรือยาวก็ได้ รองเท้าหุ้มหนัง ไม่ควรสวมใส่กางเกงยีนส์เด็ดขาด ข้อมูลบริษัทที่เราต้องไปสัมภาษณ์ ถือคติที่ว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง การหาข้อมูลบริษัทนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่นประวัติบริษัท บริษัทประกอบธุรกิจอะไร พนักงานจำนวนกี่คน สิ่งเหล่านี้ยังจะเป็นข้อมุลในการประกอบการตัดสินใจของคุณด้วย หาจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็ว่าได้ฝ่ายบุคคลมักจะถามคำถามนี้เสมอ แน่นอนหากคุณตอบมันได้ดีคุณจะได้รับผลสัมภาษณ์งานที่น่าพอใจ ควรไปถึงก่อนเวลา10-15นาที การนัดสัมภาษณ์นั้นสำคัญมากบางบริษัทอาจจะตัดสินคุณจากเวลานัดเลยก็เป็นได้เพราะฉะนั้นควรไปก่อนเวลาเพื่อเตรียมเอกสาร เตรียมข้อมูลในการสัมภาษณ์ ปิดเสียงมือถือหรือควรหยุดเล่นมือถือในระหว่างการรอสัมภาษณ์ อาจจะมองเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่นั้นหมายถึงมารยาทในการสัมภาษณ์อย่างนึงก็ว่าได้ ควรปิดเสียงระหว่างสัมภาษณ์หรือระหว่างรอควรนั่งมองสำรวจสถานที่หรือสังเกตผู้สมัครที่มาสัมภาษณ์พร้อมกันจะดีกว่าค่ะ สุดท้ายนี้เมื่อเราทำเต็มที่ผลตอบรับจะออกมาดีเสมอ Blow them away!!!
อ่านเพิ่มเติม

บุคลิกภาพแบบเราๆงานไหนที่เหมาะสมทำแล้วปัง

บุคลิกภาพหรือนิสัยส่วนตัวของคนหางานก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยบอกว่าเราเหมาะกับอาชีพอะไรได้ด้วย เพราะถ้าอยากประสบความสำเร็จในการทำงาน การเลือกงานให้ตรงกับบุคลิกและนิสัยก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยผ่านแนวคิดการเลือกอาชีพของ จอห์น แอล ฮอลแลนด์ (John L. Holland) ผู้คิดค้นความสอดคล้องระหว่างอาชีพกับบุคลิก โดยแบ่งบุคลิกผู้สมัครงานออกเป็น 6 ประเภท ทั้งนี้การเลือกอาชีพก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นด้วยว่าชอบอาชีพเหล่านี้หรือไม่   1. บุคลิกภาพแบบจริงจัง ผู้สมัครงานที่ชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการควบคุม การปฏิบัติการกับเครื่องยนต์กลไก หรือจำพวกเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ  ชอบงานประเภทใช้กำลังกาย การเคลื่อนไหวรวมไปถึงงานที่ต้องใช้ทักษะขี้เกรงใจ ถ่อมตน จริงใจ หนักแน่น ไม่เพ้อฝัน มีอารมณ์ที่มั่นคง ไม่ท้อกับอะไรง่าย ๆ อาชีพที่เหมาะสม : พนักงานป่าไม้ เกษตรกร นักวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญทางเอกซเรย์ นักเดินเรือ ไกด์นำเที่ยว นักวิจัย หมอ พยาบาล เป็นต้น   2. บุคลิกภาพแบบการใช้ปัญญา และความคิดแบบนักวิชาการ ผู้สมัครงานที่ชอบวิเคราะห์และการประเมินอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต ช่างสงสัย ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ มีเหตุผล ละเอียดรอบคอบ อนุรักษ์นิยม นิสัยชอบแก้ตัว ไม่ชอบสังคมมาก ชอบงานอิสระ ไม่ชอบเอาอย่างใคร พึ่งพาตัวเองได้ มีความมั่นใจในตัวเอง ชอบคิดชอบฝัน อาชีพที่เหมาะสม : นักเศรษฐศาสตร์ แพทย์  นักวางแผน นักวิทยาศาสตร์   ครูสอนคณิตศาสตร์ นักกายภาพ จักษุแพทย์ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักสมุทรศาสตร์ นักสถิติ เป็นต้น   3. บุคลิกภาพแบบศิลปิน ผู้สมัครงานชอบแสดงออก เป็นตัวของตัวเองสูง เพ้อฝัน รักอิสระ ไม่คล้อยตามใครง่าย ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชา ชอบริเริ่มไม่เอาอย่างใคร ไม่ชอบความจำเจ หรืองานที่มีกฎระเบียบแน่นอน ช่างฝัน อ่อนไหวง่าย ชอบแสดงออก อาชีพ : ผู้กำกับการแสดงละคร นักดนตรี นักโฆษณา นักแสดง นักประชาสัมพันธ์ ผู้ทำรายการวิทยุ นักออกแบบ นักวิจารณ์ สถาปนิก จิตรกร นักถ่ายภาพ นักแต่งเพลง นักเขียนบท เป็นต้น   4. บุคลิกภาพแบบบริการสังคม และชอบสมาคม ผู้สมัครงานที่ชอบทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยคนที่มีปัญหาทางจิตใจ แต่ไม่ชอบให้ใครสั่ง หรืออยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร ชอบให้ความรู้ สนทนาและสังสรรค์กับผู้อื่น มีความเข้าใจคนอื่นได้ดี กล้าแสดงออก เป็นกันเอง ร่าเริง มีความเมตตากรุณา อาชีพ : ผู้บริหารงานชุมชน ตัวแทนธุรกิจ จิตแพทย์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักรัฐศาสตร์ นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล ผู้ทำงานในชุมชน ผู้อำนวยการทางด้านบุคลากร ครู บรรณารักษ์ ข้าราชการต่างประเทศ เป็นต้น   5. บุคลิกภาพแบบกล้าคิดกล้าทำ ผู้สมัครงานที่ชอบกิจกรรมที่มีอิทธิพลเหนือคนอื่น ใช้ทักษะในทางพูดจา มีความเป็นผู้นำสูง ชอบแสดงความคิดเห็น มีทักษะในการพูดเพื่อโน้มน้าว ตรงไปตรงมา กล้าตัดสินใจ กล้าโต้แย้ง กล้าคิดกล้าทำ กล้าเสี่ยง ชอบการแข่งขันทะเยอทะยาน คล่องแคล่ว ว่องไว มีความรับผิดชอบ มีระเบียบ และชอบการวางแผนให้บรรลุเป้าหมาย อาชีพ : ทนายความ ผู้พิพากษา ข้าราชการ นักการเมือง เจ้าของกิจการ นักขับเคลื่อนสังคม พิธีกร นักธุรกิจ นักการตลาด นายธนาคาร เป็นต้น   6. บุคลิกภาพแบบยึดมั่นและมีระเบียบแบบแผน ผู้สมัครงานที่ชอบทำงานเกี่ยวกับตัวเลข การนับจำนวน ชอบบทบาทที่เป็น ผู้ใต้บังคับบัญชา พอใจที่จะคล้อยตาม หรือช่วยฟังบุคคลอื่น ไม่ชอบเป็นผู้นำ เลี่ยงการโต้แย้ง ไม่ชอบงานที่ใช้ทักษะทางร่างกาย ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เจ้าระเบียบ มีความเป็นอนุรักษ์นิยมมาก อาชีพ : เลขานุการ เสมียน เจ้าหน้าที่ธุรการ นักบัญชี ผู้ตรวจบัญชี บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่คลังสินค้าเป็นต้น   บทความโดย  : นายปานเทพ สุระพันธ์
อ่านเพิ่มเติม

ลูกค้าของเรา

เครือข่ายความร่วมมือ

Top