19ม.ค.

การมี “คนเก่ง” เป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้การันตีความสำเร็จ หรือ ความก้าวหน้าขององค์กรได้เสมอไป

สาเหตุที่องค์กรยังอยู่ที่เดิม แม้จะมีคนเก่งมากมาย อาจจะเป็นไปด้วยหลายสาเหตุ ซึ่งมีทั้งสาเหตุที่เกี่ยวกับตัวบุคคล สาเหตุที่เกี่ยวกับนโยบายขององค์กร หรือวัฒนธรรมขององค์กรเอง ที่มีส่วนผลักดันให้คนเก่งเหล่านั้น ทำให้องค์กรก้าวหน้าหรืออยู่ที่เดิมขึ้นอยู่ที่การควบคุม บริหารจัดการทั้งตัวบุคคลและระบบงาน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกต้อง เรามาลองดูว่า มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้องค์กรยังอยู่ที่เดิมแม้มีคนเก่งแล้วก็ตาม

1. ประเภทของคนเก่งที่อยู่ในองค์กร มีประเภทอะไรบ้าง?

1.1 เป็นคนเก่งงาน…แต่ไม่เก่งคน คนเก่งประเภทนี้จะทำงานเก่ง แต่มักจะทำงานตัวคนเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร และขาดทักษะในการประสานงาน หรือเข้ากันได้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ จึงทำให้งานของเขาสามารถสำเร็จได้ในตัวของเขาเอง แต่ยากที่จะสำเร็จในภาพรวมขององค์กร เพราะขาดการประสานงานที่ดี หรือการเข้าการได้ดีระหว่างตัวเขากับคนอื่นๆ ในองค์กร

1.2 เป็นคนที่เก่งคน…แต่ไม่เก่งงาน คนเก่งประเภทนี้ จะมีความสามารถในการเข้ากับคนได้ดี สามารถใช้ประโยชน์จากคนอื่นในการสร้างผลงานของตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้ แต่จะมีปัญหาตรงงานของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง มักจะขาดตกบกพร่อง หรือไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เนื่องจากความสามารถในการทำงานของเขาเองนั้น ไม่มีความสามารถที่สูงเพียงพอหรือมากพอ แต่เอาตัวรอดมาได้ด้วยการเก่งคนสามารถไหว้วาน หรือ ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเท่าที่ทำได้ เพื่อให้งานของตัวเองเดินหน้าได้แต่โดยรวมแล้ว ผลงานก็ยังไม่สมบูรณ์ 100% หรือ ยังไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นตามมาตรฐานที่ควรจะได้ เพราะขาดความสามารถในความเก่งภายในตัวเอง

1.3 คนเก่ง…ที่ใจดี ถือเป็นความโชคดีขององค์กรอย่างมากที่มีคนเก่งประเภทนี้อยู่ในองค์กร เพราะเขาคือ กุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จขององค์กร เพราะมีพร้อมทั้งสองส่วน ทั้งในเรื่องของความสามารถในการทำงาน และการมีน้ำใจในการทำงาน ซึ่งคนประเภทนี้จะมีทั้งความเก่งคน และ เก่งงาน ที่เขาเก่งงาน เพราะว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจดี จึงทำให้เขาสามารถผูกมิตร และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ได้ จึงทำให้งานของเขามักจะได้รับความร่วมมืออย่างดี และในขณะเดียวกัน เขาก็จะให้ความร่วมมืออย่างดีในการช่วยเหลืองานของผู้อื่นเช่นกัน

ดังนั้น คนเก่งประเภทนี้ ถ้ามีในองค์กรมากเท่าไหร่ จะทำให้องค์กรยิ่งมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และอย่างต่อเนื่องแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธรรมชาติที่จะเจอคนเก่งและใจดีมีโอกาสน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ คนเก่งมันจะเป็นคนที่มีความเห็นแก่ตัว เน้นผลงานเป็นหลัก เน้นผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก เน้นความสำเร็จของตัวเองเป็นหลัก

1.4 คนเก่ง…ที่เห็นแก่ตัว เป็นคนเก่งที่อันตรายในองค์กร เพราะสามารถสร้างทั้งประโยชน์ และโทษมหาศาลให้กับองค์กรได้ เนื่องจากเขาจะเป็นคนเก่ง ดังนั้น เขาจึงสามารถที่จะทำอะไรได้มากมายให้ประสบความสำเร็จได้ แต่ความเห็นแก่ตัวของเขา จะนำไปซึ่งการทำร้ายหรือการทำลายคู่แข่ง เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จหรือได้รับสิ่งที่ตัวเองวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนโดยอาจจะไม่คำนึงถึงความถูกต้อง หรือคุณธรรม ในการอยู่ร่วมกัน

ในการทำงานร่วมกัน จึงมักจะเห็นคนเก่งประเภทที่เห็นแก่ตัว มักจะเติบโตด้วยการทำร้ายคนอื่น แทงข้างหลัง เพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในความเป็นจริงแล้วคนเก่งประเภทนี้ ถือว่าเป็นดอกไม้พิษในองค์กร ซึ่งไม่ควรจะมี เพราะแม้จะมีความเก่ง แต่ผลที่ได้ย่อมไม่คุ้มกับความเสียหายที่จะตามมาจากพฤติกรรมของเขาในระยะยาว จึงก็เป็นความเก่งที่ไม่มีประโยชน์อย่างแท้จริง สำหรับความเจริญก้าวหน้าในการเติบโตในระยะยาว

2. การวางตำแหน่งให้กับคนเก่ง ผลลัพธ์ขององค์กรจะออกมาอย่างไร?

ขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งให้กับคนเก่งแต่ละประเภทว่า จะใช้งานเขาในตำแหน่งไหน และหวังผลอะไรจากสิ่งที่จะตามมา ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยาก เพราะคนที่จะวางตำแหน่งให้คนเก่งต่างๆได้นั้น จะต้องเป็นคนที่เก่งกว่าคนเก่งเหล่านั้น และที่สำคัญต้องเป็นคนที่ดี และมีคุณธรรม จึงจะใช้คนให้เป็นประโยชน์เป็นธรรม และเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างสูงสุด

หากคนที่จะเป็นคนวางตำแหน่งให้กับคนเก่งเหล่านั้น คือ คนประเภทหนึ่งในสี่ประเภทของคนเก่ง เขาย่อมนิยมความเก่งในลักษณะเดียวกับเขา ทำให้เขาวางตัวคนเก่งในลักษณะเดียวกับเขาไปในส่วนสำคัญๆ และนั่นคือ การนำพาองค์กรไปสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น อันเป็นผลมาจากทิศทางที่ถูกกำหนดโดยคนเก่งประเภทต่างๆ ทั้ง 4 ประเภท

3. การกำหนดบทบาทและการทำงานให้กับคนเก่งแต่ละประเภท ว่าควรจะให้ทำงานแบบไหน

3.1 งานเดี่ยวที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับใคร หรือทำงานเป็นทีม ในทีมที่ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

3.2 ทีมที่ต้องแข่งขันกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตามมา โดยมีทั้งผู้ได้และผู้เสียในเกมนั้น

3.3 สร้างทีมขึ้นมาที่หวังผลความสำเร็จและความยั่งยืนระยะยาว แต่ต้องใช้ความอดทนในการรอคอย เพราะทีมที่สร้าง จะเป็นทีมที่ดี แต่อาจจะไม่ได้ประกอบด้วยคนเก่งทั้งหมดในทีม แต่มีคนเก่งที่เป็นคนเก่งประเภทเก่งและใจดีเป็นหัวหน้าทีม เพื่อจะสร้างคนให้เก่งตามขึ้นมาในระยะยาว

3.4 ทีมที่ต้องการใช้งานเฉพาะกิจสำหรับการประสานงาน หรือ การตรวจตราให้โครงการต่างๆที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น สำเร็จลุล่วงด้วยดี ซึ่งต้องใช้คนเก่งประเภทที่ต้องเก่งคน แต่อาจจะไม่ต้องเก่งงาน แต่มีความเชี่ยวชาญในการประสานงานและตรวจสอบงาน หรือตรวจหาข้อบกพร่องในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากความสามารถในการประสานงานของเขาและให้คนอื่นทำงานให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

4. การให้ความสำคัญกับคนเก่งประเภทต่างๆ

4.1 วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความเก่งแต่ไม่เน้นความมีน้ำใจ หรือ เน้นแค่ผลลัพธ์อย่างเดียว จะทำให้คนเก่งยิ่งเห็นแก่ตัวและทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเป้าหมายของตนเอง และใช้ความเก่งของตนเองเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นองค์กรที่เกี่ยวกับการสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา เนื่องจากลักษณะงานแบบนี้มักจะเป็นลักษณะงานที่มีความวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา และต้องการคนที่เก่งที่จะต้องการแก้ปัญหาทันทีได้ตลอดเวลา และคนเก่งเหล่านี้ มักจะไม่มีระเบียบวินัย เช่น อาจจะมาทำงานสายทำงาน ไม่ตรงเวลา เข้าออกงาน โดยที่ไม่สนใจกติกาขององค์กร

แต่เนื่องจาก เป็นคนเก่งที่สามารถแก้ปัญหาให้องค์กรได้ทันที ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร ที่เรียกว่า เขาเป็นคนเก่ง…ก็หลับตาข้างหนึ่งไม่ว่าเขาจะทำอะไร ขอให้เขาทำงานให้เสร็จก็เพียงพอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มักจะทำให้คนเก่งประเภทอื่นๆ ไม่สามารถอยู่ร่วมในการทำงานได้โดยเฉพาะคนเก่งที่เป็น คนเก่งงานและเป็นคนที่มีวินัยจะรับกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลย จึงสังเกตได้ว่าลักษณะงานประเภทนี้ มักจะมีคนเก่งที่เก่งเฉพาะตัวและมีความภูมิใจในความสามารถของตัวเองเป็นหลักโดยที่ไม่สนใจกติกามากมาย ซึ่งลักษณะงานอย่างนี้ก็ประสบความสำเร็จได้แต่มันจะมีการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรอยู่บ่อยครั้ง

4.2 วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความมีน้ำใจอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและเน้นผลลัพธ์ที่ออกมาจากการทำงานเป็นทีมมากกว่าการฉายเดี่ยว ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ อาจจะทำให้ผลลัพธ์ของงานไม่รวดเร็วดังใจหวัง แต่จะเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้องค์กรมีความเจริญเติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคงในระยะยาวอย่างแน่นอน

สิ่งเหล่านี้ คือ จุดเริ่มต้นของการนำไปสู่ผลลัพธ์ขององค์กรในระยะยาว เพราะนั่นหมายถึง นโยบายของบริษัท หรือ เป็นการเริ่มวางรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรให้คนเก่งต่างๆ ได้เดินตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ หากวางผิดตั้งแต่วันแรก จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่ากลัว และสร้างความเสียหายขององค์กรอย่างแน่นอน เพราะเรากำลังวางรากฐานให้คนเก่งเดินในทิศทางที่ควรจะเป็น ถ้ากำหนดทิศทางที่ผิด หรือสร้างความเชื่อที่ผิดๆ ให้กับคนเก่งเหล่านั้น จะยิ่งทำให้ความเก่งของเขากลายเป็นพิษร้ายต่อองค์กรในที่สุด