31ส.ค.

Field Service Engineer งานสายเทคนิคที่หลายๆองค์กรกำลังต้องการ ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า งานของ Field Service Engineer นั้นแตกต่างจากงาน Service ทั่วไปที่อยู่ในโรงงานหรืองาน Service ที่ประจำสถานที่อย่างชัดเจน เพราะงาน Field Service Engineer นั้น คืองาน ที่จะต้องไปกระทำอยู่ที่หน้างาน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ใน แต่ละสถานการณ์ก็มีความแตกต่างกันไป มีเงื่อนไขหรือความยากของงานที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานความพร้อมของอุปกรณ์ และความพร้อมของสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานในแต่ละสนามที่ไปทำ ดังนั้น จึงค่อนข้างที่จะพูดได้อย่างชัดเจนว่างานของ Field Service Engineer นั้น เป็นงานที่ค่อนข้างจะยากและไม่มีความคล้ายกันเลยในแต่ละสถานที่หรือพูดง่ายๆ คือ ในทุกๆสนาม ที่ไปทำงาน Field Service Engineer นั้นจะมีความแตกต่างกันเสมอ ไม่เคยซ้ำกัน เพราะ แต่ละสถานที่มีความแตกต่างกัน อุปสรรคเงื่อนไขต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในตามแต่ละสถานการณ์อย่างชัดเจน จึงทำให้งานลักษณะนี้ หรือตำแหน่งงานแบบนี้ จึงเป็นความต้องการสูงขององค์กร เพราะหาคนที่ทำงานแบบนี้ยาก เหตุผล เพราะว่า

เหตุผลที่หาตำแหน่ง Field Service Engineer ยาก เพราะว่า

1. เป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง เพราะในสถานที่ทำงานที่เป็นลักษณะของ Field Service Engineer นั้นส่วนใหญ่ มักจะมีความลำบาก หรือมีความยุ่งยากสูง และสภาพการทำงาน หรือสภาพแวดล้อมการทำงานนั้น ไม่เอื้อต่อความสะดวกสบาย เช่น ต้องไปทำงานในที่อับอากาศ หรือต้องไปทำงานในที่สูง หรือต้องไปทำงานในสถานที่ที่ร้อน หรือสถานที่ที่เย็นเกินไป ซึ่งไม่ใช่สภาวะปกติที่ทำอยู่ในโรงงานหรือในอาคารต่างๆ ที่มีสภาวะแวดล้อมเหมือนเดิมตลอดทุกครั้ง

Engineer_cover1

2 เป็นงานที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพราะส่วนใหญ่ งาน Field Service Engineer นั้น เป็นงานที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วนให้ทันสถานการณ์ เช่นโรงงานกำลังจะเปิด ในช่วงการติดตั้งงาน Engineer จะต้องทำงานให้สำเร็จภายใต้ตารางเวลาที่ถูกเร่งรัดหรือกำหนดให้เสร็จ เพราะ มีเรื่องของการเปิดกิจการ บีบบังคับเรื่องของตารางเวลาอยู่ และเป็นงานที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทำให้คนที่จะทำงานแบบนี้ได้ ส่วนใหญ่จะต้องเป็นคนที่สามารถทำงานหนักต่อเนื่องได้ และสามารถห่างจากครอบครัวได้ หรือทิ้งครอบครัวมาเป็นระยะเวลานานๆได้ เพื่อจะทำงานให้เสร็จตามโครงการระยะเวลาที่กำหนด อาจจะเป็น 3 วัน 7 วัน 10 วัน 15 วันหรือ 1 เดือนจึงเป็นงานที่จะหาคนที่มีครอบครัวแล้วมารับงานหรือทำงานในลักษณะนี้ได้ยาก เพราะคนที่มีครอบครัวแล้ว ต้องการจะกลับบ้านหลัง 5 โมงเย็น เพื่ออยู่กับครอบครัวและต้องการอยู่ในสถานการณ์ที่มันสะดวกสบาย จึงทำให้ส่วนใหญ่ น่าจะเป็นงานที่เป็นคนโสดที่ทำงานในส่วนนี้ และคนโสด ก็ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะทำงานในลักษณะนี้

3 เป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวสูงในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในหน้างาน เพราะงานของ Field Service Engineer นั้นแม้จะมีการเตรียมการอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อไปถึงหน้างาน มักจะเจอปัญหาที่ไม่ได้อยู่ในแผนงานที่เตรียมไว้ หรือเป็นปัญหาฉุกเฉินที่เกิดขึ้นเฉพาะสถานการณ์หน้างานในเวลานั้นๆ โดยที่ไม่ได้มีการเตรียมวางแผนมาก่อน หรือไม่ได้มีการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือมาสำหรับแก้ปัญหาตรงนั้น จึงทำให้บางครั้ง การแก้ปัญหาหน้างาน จึงต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว หรือประสบการณ์ส่วนตัวสูงมากภายใต้สภาวะที่จำกัด เช่น อาจจะไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอที่จะนำเข้าไปสู่หน้างานได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว หรือระยะเวลาที่จำกัดที่จะต้องรีบแก้ปัญหานั้นได้ และเป็นงานที่จะต้องใช้เทคนิคความรู้สูงมาก เพราะเมื่อไปอยู่ในเรื่องของหน้างานแล้ว Field Service Engineer มักจะเป็นคนที่ต้องมีความรู้เฉพาะในงานนั้นอย่างเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาต่างๆ มามากพอสมควร จึงจะสามารถทำให้การแก้ปัญหาฉุกเฉินหน้างานนั้น ด้วยการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่และประสบการณ์ที่มีอยู่ รวมกับความสามารถในการประยุกต์การแก้ปัญหาด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่จำกัดในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถแก้ปัญหาตรงนั้นไปได้ในระยะเวลาอันสั้น

4 คนที่ทำงานในเรื่องของ Field Service Engineer มักจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เนื่องจากเป็นคนที่มีประสบการณ์ทำงานสูงและผ่านประสบการณ์การทำงานมาอย่างมากมาย จึงมักจะเป็นคนที่ต้องการอิสระในการทำงานสูง ไม่ชอบให้ใครมาบงการ หรือกำหนดแนวทางการทำงานที่ชัดเจนเกินไป เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะวางแผนดีแค่ไหนก็ตามบนโต๊ะหรือในกระดาษ เมื่อไปถึงหน้างานจริงๆ มักจะใช้ตามแผนนั้นไม่ได้ผล 100% เสมอ เพราะมีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้แผนที่วางไว้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างตรงตามที่กำหนดมา จึงทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนและตัดสินใจหน้างานเป็นกรณี ๆ ไป ว่า จะต้องแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปให้ได้ในที่สุด

ดังนั้น คนที่เป็น Field Service Engineer มักจะเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงจากประสบการณ์ที่มีอยู่ และบวกกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาเฉพาะงานได้ดี จึงทำให้คนลักษณะนี้ มักจะเป็นคนที่ต้องการความอิสระสูงในการทำงาน ไม่ชอบให้ใครมาบงการว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ตามเครื่องไม้เครื่องมือหรือตามแนวทางที่กำหนดมาอย่างชัดเจน 100% ถึงแม้ว่า จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วจะใช้ไม่ได้เสมอไปในทุกสถานการณ์ เพราะบางครั้งการทำตามคู่มือ หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่กำหนดมานั้น อาจจะทำให้งานสำเร็จได้ แต่อาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับการใช้ประสบการณ์ในการปรับเปลี่ยนบางส่วนนิดหน่อย เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบ และใช้งานได้ในที่สุด จนกว่าจะมีการแก้ไขอีกครั้งในอนาคตเมื่อเตรียมความพร้อมได้มากกว่านั้น

5 เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นงานที่จะต้องทำอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นหน้างานตลอดเวลา จึงมีความเป็นไปได้ที่ จะเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดความเสียหายจากงานที่ทำไป เพราะปัจจัยเสี่ยงที่หน้างานจะมีมากกว่าปัจจัยเสี่ยงที่อยู่ในสถานที่ ที่เป็นสถานที่ประจำหรือสถานที่ที่ทำอยู่อย่างคุ้นเคย ซึ่งมักจะได้แก้ปัญหาเรื่องความเสี่ยงหน้างานไประดับหนึ่งแล้ว จนทำให้สถานที่การทำงานแบบนั้น มีความเสี่ยงน้อยกว่าสถานที่ทำงานของ Field Service Engineer

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะมองเห็นได้ว่างานของ Field Service Engineer นั้น ทำไมถึงเป็นที่ต้องการขององค์กรอย่างมาก เพราะในบุคลากรทั้งหมด 100 คน จะหาคนที่มีความเหมาะสม หรือพร้อมที่ทำงาน Field Service Engineer นั้น แทบจะเรียกได้ว่ามีน้อยมากทั้งในแง่ของความพร้อมทางด้านครอบครัว ความพร้อมทางด้านความรู้ประสบการณ์ ความพร้อมทางด้านความรักในเนื้องาน และความพร้อมที่จะเสี่ยงในหน้าที่การงานที่มีมากกว่างาน Service ทั่วๆไป แล้ว Field Service Engineer นั้น มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง

1 ติดตั้งและคอมมิชชันนิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่อยู่หน้างาน

2 ตรวจเช็คบำรุงรักษาเชิงป้องกันต่างๆ

3 ซ่อมแซมเครื่องจักรที่เกิดการหยุดชะงักกระทันหันที่หน้างาน

4 ต้องสามารถวิเคราะห์ปัญหาทางเทคนิคได้อย่างชัดเจนถูกต้องแม่นยำในระยะเวลาอันสั้น เพราะส่วนใหญ่ มักจะเป็นงานฉุกเฉินในการติดตั้งที่ถูกบีบด้วยกำหนดเวลา

5 สามารถที่จะอบรมการใช้งานให้กับลูกค้า หรือผู้ที่ต้องรับช่วงต่อได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เพื่อให้การใช้งานสิ่งเหล่านั้นถูกต้องแม่นยำ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการใช้งานโดยไม่ตั้งใจ

6 ต้องทำรายงานการติดตั้งอย่างละเอียด รวมไปถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ทำการติดตั้งงานหรือแก้ไขปัญหาหน้างาน เพื่อเป็นบันทึกไว้สำหรับคนที่จะรับช่วงต่อไป จะได้รู้ว่าความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคตจะมาจากส่วนใดบ้าง และจะได้วางแนวทางการป้องกัน และแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอะหลั้ยหรือเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้สำหรับเตรียมการป้องกันเหตุฉุกเฉิน ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากบันทึกที่กำหนดไว้

7 มีความสามารถเฉพาะตัวสูงที่สามารถใช้เครื่องมือต่างๆ พร้อมๆกันได้ เนื่องจาก การอยู่ที่หน้างานนั้น มักจะไม่มีความพร้อมในเรื่องของบุคลากรที่สามารถจะขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลาเหมือนอยู่ประจำโรงงานหรืออาคารต่างๆ ดังนั้น Field Service Engineer คนเดียว จะต้องมีความชำนาญในการใช้เครื่องมือต่างๆ อย่างถูกต้อง และมีความรู้มากพอที่จะทำงานคนเดียวได้ หรือทำงาน 2 คนได้ภายใต้เครื่องมือที่จำกัด

8 ต้องเป็นคนที่พร้อมจะใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ซ้ำกันเป็นเวลานานๆ หรือเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้โดยลักษณะของงาน เป็นคนที่ต้องชอบเดินทางและเป็นคนที่รักอิสระในการใช้ชีวิตและในการทำงาน

9 ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในลักษณะงานที่จะต้องทำอย่างลึกซึ้งในระดับที่สามารถทำงานคนเดียวได้ หรือทำงาน 2 คนได้ ในเนื้องานที่ถูกส่งไปอย่างชัดเจน

บทความอื่นๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับ
https://www.tealhq.com/career-paths/field-service-engineer

ติดตามบทความอื่นๆของ Orchidjobs ได้ที่
https://orchidjobs.com/category/generalarticles/