เมื่อพูดถึง Gen Y เราจะหมายถึง คนที่เกิดประมาณ ปี 1981-1996 หรือ ประมาณปี 2524 ถึง 2539 ซึ่งจะมีอายุประมาณ 30 – 45 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่อยู่ในวัยทำงานและเริ่มมีครอบครัว สาเหตุที่ Gen Y หางานยากที่สุดแม้จะเรียนสูงอาจจะเป็นสาเหตุมาจากว่า

สาเหตุที่่ Gen Y หางานยากที่สุดแม้จะเรียนสูง ?
1.Gen Y คือ รอยต่อจาก Gen X ซึ่งในช่วงของ Gen X เป็นช่วงที่เริ่มให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่เมื่อมาถึงคนรุ่น Gen Y การให้ความสำคัญของเรื่องการศึกษา เริ่มมีความเข้มข้นและสูงกว่าระดับปริญญาตรี เนื่องจาก Gen Y จะเป็นรุ่นลูกที่เกิดจาก Gen X ที่ส่วนใหญ่พ่อแม่ เริ่มจบปริญญาตรีกันแล้ว ดังนั้น Gen Y จึงถือว่าการจบปริญญาตรีเป็นเรื่องปกติ และ เริ่มมีการเรียนต่อถึงปริญญาโท และปริญญาเอกมากขึ้น ทำให้คุณ Gen Y เป็นคนที่มีความรู้โดยเฉลี่ยค่อนข้างจะสูงกว่า Gen X ดังนั้นผลตอบแทนจากการทำงานของคน Gen Y จึงมักจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า Gen X ในค่าเฉลี่ยที่อายุเท่ากัน

2.คน Gen Y เป็นคนที่อยู่ในช่วงตรงกลางระหว่าง Gen X ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานสูงกว่าเพราะมีอายุมากกว่าและอยู่ในตำแหน่งที่สูงแล้ว โดยที่ผลตอบแทนที่ คน Gen X ได้รับ จะยังถือว่าต่ำกว่ามาก หากเทียบกับ ผลตอบแทนของคน Gen Y ที่ได้รับในอายุช่วงเดียวกัน ในขณะที่ประสบการณ์ของคน Gen X สูงกว่า และอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงแล้ว ในขณะที่ คน Gen Y อยู่ช่วงตรงกลาง และ ได้รับผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูง เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของคน Gen z ที่กำลังเริ่มเข้าสู่กระบวนการทำงาน และได้รับผลตอบแทนที่ยังไม่มากนัก เมื่อเทียบกับคน Gen Y และสามารถทำงานแทนกันได้ในบางส่วน จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้คน Gen Y เสมือนอยู่ตรงท่ามกลางความเสียเปรียบ เมื่อเทียบกับทั้ง Gen X และ Gen Z เพราะ Gen X ได้ขึ้นถึงตำแหน่งผู้บริหารไปแล้ว ส่วน Gen Z ก็เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีพลังและความกระตือรือร้น พร้อมกับผลตอบแทนที่ยังไม่สูงมากนัก และสามารถทำงานทดแทน Gen Y ได้ในบางส่วน ทำให้ Gen Y อยู่ในจุดที่เสียเปรียบที่สุดในการเป็นตัวเลือกในการทำงาน ในเงื่อนไขปัจจุบัน
3 ในยุคของการทำงานสมัยใหม่นั้น คน Gen X หรือ คนที่ทำงานในยุคที่เป็นอนาล็อก ซึ่งเน้นเรื่องของ ความขยันและความอดทน และการขวนขวายหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ทำให้คน Gen X เป็นคนที่มีความรู้รอบด้าน แต่มีจุดอ่อนเรื่องของเทคโนโลยี ในขณะที่คุณ Gen Z เป็นคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีในยุคของดิจิตอล มีความสามารถในการเรียนรู้ได้รวดเร็ว และมีแหล่งให้เรียนรู้ได้มากมายจึงทำให้คน Gen Z มีความรู้ที่มากกว่าคน Gen Y ในช่วงอายุที่เท่ากัน ส่วนคน Gen Y เป็นคนที่อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างการเป็นอนาล็อก และ การพัฒนาไปสู่การเป็นดิจิทัลแบบสมบูรณ์แบบ ทำให้คน Gen Y เป็นคนที่ไม่ได้เก่งเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างชัดเจนและเข้มข้น ในขณะที่ ก็ไม่ได้มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง เพราะในยุค Gen Y เริ่มมีแหล่งข้อมูลเกิดขึ้นบ้างแล้ว เพียงแต่ไม่สมบูรณ์แบบ และยังมีน้อยเกินไป ทำให้คน Gen Y ไม่ขวนขวายในการหาความรู้ เหมือนสมัย Gen X จึงเป็นสิ่งที่ทำให้คน Gen Y ไม่แข็งแกร่งเหมือนคน Gen X และ ก็ไม่รวดเร็วเหมือนคน Gen Z จึงเป็นจุดอ่อนในการถูกพิจารณาให้เข้าไปทำงาน เพราะ หากบริษัทต้องการประสบการณ์สูงๆ มีความอดทนและมีความรอบรู้ Gen X คือตัวเลือกที่ดี ในขณะเดียวกัน ถ้าหากบริษัทต้องการพนักงานที่สามารถทำงานได้ แม้ประสบการณ์อย่างน้อยอยู่ แต่ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการจ้างงานนั้นต่ำกว่า หรือ ต้องการประหยัดงบประมาณในการจ้างงาน แต่ให้เกิดประสิทธิภาพเพียงพอที่รับได้ คน Gen Z ก็จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ จึงทำให้คน Gen Y ซึ่งเป็นคนที่มีคุณสมบัติกลางๆ แต่ค่าใช้จ่ายสูงสุด จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าสนใจในสถานการณ์ปัจจุบัน
4 คน Gen Y ในช่วงนี้เป็นช่วงของคน ที่เริ่มมีครอบครัวดังนั้น พลังงานหรือความทุ่มเททั้งหมดไปที่งานจึงมีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจาก ต้องดูแลครอบครัว ดูแลลูก ซึ่งเบียดบังเวลาที่จะใช้ในการพัฒนาตัวเองในเรื่องของการทำงาน หรือทุ่มเทการทำงานให้เต็มที่ จึงเป็นอุปสรรคของคน Gen Y ที่จะแสดงถึงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ แสดงให้บริษัทเห็นถึงความทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะติดภารกิจของครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูลูกเอาใจใส่ลูกเนื่องจาก ในยุคของคนที่อายุ 30-45 คือช่วงของคนที่เริ่มมีครอบครัว และช่วงของคนที่กำลังจะส่งลูกไปสู่ปลายทาง จึงจะต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่เป็นภาระที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต่างจากคน Gen X ซึ่งผ่านจุดพวกนี้ไปหมดแล้ว และต่างจาก คน Gen Z ซึ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงานของคนหนุ่มสาว จึงมีความอิสระและไม่มีภาระอะไรผูกพันเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว สามารถทุ่มเทกับการทำงานได้อย่างเต็มที่

5 ในยุคองค์กรสมัยใหม่นั้นโครงสร้างของบริษัทได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ในช่วงเริ่มต้น Gen X ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมี และ มี Gen Y เพิ่มมารองรับเนื้องานของคน Gen X จะได้นำไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง ดังนั้น โครงสร้างของบริษัทในอดีต จึงมักจะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนเพื่อรองรับ คน Gen X ที่อยู่ในระดับของการสั่งการหรือวางนโยบาย และจำเป็นต้องมีคน Gen Y นำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นผลลัพธ์
แต่ในปัจจุบันนั้น เทคโนโลยีต่างๆ เครื่องมือต่างๆ ได้ถูกกำหนดและสร้างขึ้นมา ให้มีการทำงานที่ง่ายขึ้น ลดความซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก จึงทำให้ คน Gen X สามารถทำงานร่วมกับ คน Gen Z ได้
โดยผ่านเครื่องมือต่างๆ และเทคโนโลยีที่รองรับมากขึ้น ซึ่งมาเป็นตัวแทนของการทำงานของคน Gen Y ในอดีต จึงนำให้คน Gen Y เปรียบเสมือน ส่วนที่อาจจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปที่จะต้องเป็นผู้เชื่อมส่วนกลางระหว่างคน Gen X กับคน Gen Z นั่นหมายความว่า เทคโนโลยีได้ทำหน้าที่แทนคน Gen Y เรียบร้อยแล้ว และทำได้ดีกว่าในหลายเรื่อง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คน Gen Y ที่มีฐานเงินเดือนสูง แต่ไม่สามารถทำงานแข่งขันกับเทคโนโลยี หรือเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างคน Gen X กับคน Gen Z ได้ จึงทำให้คน Gen Y เป็นพนักงานที่มีค่าตัวสูง แต่อาจจะไม่จำเป็นในองค์กรที่มีลักษณะขององค์กรแนวราบในปัจจุบัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนหรือลดขั้นของการสั่งการให้น้อยลงเพื่อความคล่องตัวในการแข่งขัน
6 คน Gen Y มักจะขาดเรื่องของ การอัพสกิลหรือ รีสกิล ให้ทันกับยุคของการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน จึงทำให้ความสามารถ หรือศักยภาพของคน Gen Y ในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ นั้น สู้กับคน Gen Z ได้ยาก เพราะคน Genz เติบโตและเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและเเครื่องมือต่างๆ มีความสามารถในการใช้งานได้อย่างชำนาญและเชี่ยวชาญ และสร้างผลงานได้อย่างชัดเจนและง่ายดาย แม้จะขาดประสบการณ์ ส่วนคน Gen X นั้น ได้ผ่านช่วงเหล่านี้ไปหมดแล้ว เป็นช่วงของการรอการเกษียณและคุณค่าอยู่ที่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ซึ่ง คน Genz ยังขาดสิ่งนี้อยู่ ในขณะที่คน Gen Y ไม่มีความเด่นชัดทั้งใน 2 ด้านไม่ว่าจะเรื่องของประสบการณ์การทำงานที่มากพอ ไปจนถึงความรู้ความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือสมัยใหม่

สรุปทำไม Gen Y หางานยาก แม้จะเรียนจบมาสูง
กล่าวโดยสรุปแล้ว สาเหตุที่ทำให้คน Gen Y หางานยาก แม้จะเรียนจบมาสูง
1 คน Gen Y เป็นช่วงรอยต่อระหว่าง คน Gen X กับคน Gen Z ที่สามารถเชื่อมการทำงานด้วยกันได้แล้ว โดยผ่านเทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาใช้ทำงานแทนคน Gen Y ได้ ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คน Gen Y หางานยากขึ้นในปัจจุบัน

2 มีภาระผูกพันในช่วงวัยที่จะต้องทำการดูแลครอบครัวและมีการสร้างครอบครัว จึงทำให้ไม่สามารถใช้เวลาเต็มที่ในการทำงานให้กับองค์กรได้ เพราะ ติดเงื่อนไขสิ่งแวดล้อมดังที่กล่าวมาแล้ว ในขณะที่ เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาทำงานแทน คน Gen Y ได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ บริษัทจะพิจารณาใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาทำงานแทน คน Gen Y ที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด เมื่อเทียบกับ คน Gen X ที่ประสบการณ์สูงและคน Gen Z ที่ความสามารถเฉพาะตัวสูงในเรื่องของเทคโนโลยีในยุคดิจิตอล 3 คน Gen Y ที่ไม่สามารถ อัพสกิลหรือรีสกิล ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สามารถที่จะทำงานควบคู่กับ คน Gen Z ได้ง่ายขึ้น จึงมักจะเป็นจุดอ่อนในองค์กร ในขณะที่องค์กร ต้องการลดขนาดองค์กรให้เล็กลง ทำให้องค์กร มีความแบนราบมากขึ้น สิ่งที่จะถูกตัดออกไป จึงมักจะเป็นส่วนงานหรือความจำเป็นที่จะต้องมีคน Gen Y มาคั่นกลาง ระหว่างคน Gen x กับคน Gen Z อีกต่อไป จึงทำให้คน Gen Y หางานยากในยุคปัจจุบัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1210456
https://orchidjobs.com/interest/make-training-successful-2026/






