ใครคือ Gen Z ?

Gen Z คือ คนที่เกิดประมาณปี 1997 ถึง 2012 คนที่เกิดในยุคนี้ คือ คนที่เกิดในยุคของช่วงการเปลี่ยนผ่าน จาก Analog เพื่อเข้าสู่ยุคเริ่มต้นของ Digital จึงเป็นช่วงของคนที่เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงจาก ความช้าไปสู่ความเร็วขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
คนรุ่นนี้ จึงเริ่มมีความอดทนน้อยลงต่อการรอคอย และมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วขึ้นจากยุคเก่าสู่ยุคใหม่ในช่วงที่เขาเติบโตมา เป็นยุคที่เขาเริ่มมองหาข้อมูลต่างๆได้ง่าย
เริ่มมองเห็นความสำเร็จของคนง่ายขึ้น จากการทำสิ่งที่คิดว่ายากในอดีตให้สำเร็จได้ง่ายในยุคที่เขาเติบโตและเกิดขึ้นมา
และเป็นยุคที่เขาเติบโตมาไม่ต้องมีความดิ้นรน เนื่องจากคนที่เป็นรุ่น Baby Boom และคนที่เป็น Gen X ได้สร้างพื้นฐานความสำเร็จให้เขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบ้านและรถยนต์รวมไปถึงคน Gen Y ที่กำลังอยู่ในช่วงของการเริ่มต้นสร้างตัว จึงมีความพร้อมในหลายๆด้าน
ทำให้คนที่เกิดในรุ่นของ Gen Z นี้ไม่มีปัญหาเรื่องปัจจัยพื้นฐานทั้งเรื่องของบ้านที่อยู่อาศัย รถยนต์ที่ต้องใช้หรือการเดินทางที่มีรถไฟฟ้าอำนวยความสะดวกให้ จึงทำให้เขาเกิดมาในพื้นฐานของความสะดวกสบาย และมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี โดยไม่จำเป็นต้องมีการรอคอยที่จะทำสิ่งใดต่อไปเหมือนในอดีต ทำให้คน Gen Z เวลาที่จะทำงาน จึงไม่ได้เน้นเรื่องของเงินเดือนเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมักจะเป็นสิ่งดังต่อไปนี้
สิ่งที่ Gen Z ให้ความสำคัญ
1.คุณภาพชีวิตสำคัญพอๆ กับเงิน
เนื่องจากคน Gen Z เกิดมาในช่วงที่มีฐานะครอบครัวที่พรั่งพร้อมเป็นพื้นฐานแล้ว ดังนั้น การทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว จึงไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะใช้ในการเลือกงาน เพราะเขาไม่จำเป็นต้องทำงานในสิ่งที่เขาไม่ชอบเพียงเพื่อเงิน เพราะเขาไม่เดือดร้อนในเรื่องของปัจจัย 4 ในการดำรงชีพดังนั้น คน Gen Z จึงให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิตพอๆ กับเงิน นั่นหมายความว่า ถ้าต้องทำงานหนักเพื่อการแลกเงิน แต่เสียคุณภาพชีวิตไป เขาจะไม่เลือกทำสิ่งนั้น เนื่องจาก แม้เขาไม่ทำ เขาก็สามารถจะอยู่ได้บนพื้นฐานครอบครัวที่จัดเตรียมไว้ให้แล้ว คุณภาพชีวิตกับเงิน จึงให้ความสำคัญเท่าเทียมกันในการตัดสินใจเลือกงาน
2.ไม่อยากทำงานหนักจนไม่มีเวลาใช้ชีวิต
เพราะปัจจัยเรื่องของการหาเงิน หรือปัญหาทางการเงินมีน้อย จึงทำให้มีความต้องการที่จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว หรือการหาความสุขในการดำเนินชีวิต เพราะสามารถหาเงินได้ระดับหนึ่งที่ไม่ต้องมากเกินไป ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้แล้ว ดังนั้น เขาจะไม่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาใช้ชีวิต แต่ก็จะทำงานเพียงเพื่อให้มีรายได้ที่จะอยู่ได้ และมีเหลือมากพอที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ นั่นเป็นเพราะว่า ปัญหาการเงินของเขาไม่ได้หนักมาก จนต้องทำงานทุกอย่างเพื่อแลกเงิน

3.งานที่มี Work Life Balance มาก
ด้วยจากช่วงเวลาที่เติบโตมานั้น เป็นช่วงเวลาที่มีเรื่องของเทคโนโลยีและแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่ายมากมาย จึงทำให้ได้รับมุมมองใหม่ๆ จากโลกของอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว หรือการใช้ชีวิตต่างๆ หรือในกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้มีความสุข ทำให้เขาได้รับข้อมูลต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและคุ้มค่า จึงทำให้คนที่เกิดในรุ่น Gen Z มักจะต้องการหางานที่มีความเป็น Work Life Balance ที่สูงมาก เพราะมีความเชื่อว่า การใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุขไปพร้อมๆกับการทำงาน คือ สิ่งที่ถูกต้องสำหรับคนที่อยู่ในสังคมยุคนี้ ซึ่งแตกต่างจากคนในยุคอดีต ที่จะทำงานหนักในช่วงเริ่มต้น แล้วเมื่อเกษียณ จึงจะเริ่มคิดถึงการใช้ชีวิตและการท่องเที่ยว แต่คนในยุค Gen Z เติบโตมาด้วยความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและได้รับข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มีความสนใจและตื่นตาตื่นใจในทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวที่ได้รับรู้ผ่านทางโลกของโซเชียล จึงทำให้เกิดความต้องการและมีความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขซึ่งส่วนนั้น จะต้องแบ่งเวลาบางส่วนมาจากการทำงาน จึงทำให้เขามักจะสนใจหางานที่มี Work Life Balanceเพื่อให้ได้ทุกอย่างในเวลาเดียวกัน
4.งานต้องมีความหมาย
เพราะแนวคิดของคนรุ่นใหม่ในรุ่น Gen Z ไม่ได้เน้นถึงการหาเงินเพียงอย่างเดียวดังนั้น เมื่อเขาจะทำงานอะไรสักอย่าง เขาจึงมักจะต้องเลือกงานที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงแค่ว่าเป็นงานอะไรก็ได้ที่ทำไปแล้วได้เงิน แล้วก็ทำให้มันจบๆ ไป เพื่อจะเลี้ยงชีพ หรือหาเงินมาใช้ในการดำรงชีพเท่านั้น เพราะพื้นฐานครอบครัวที่ดีและมีความพร้อมในระดับหนึ่ง จึงทำให้งานที่เขาเลือกจะต้องเป็นงานที่เขามีความสุข และมีความหมายในชีวิตของเขาด้วยนอกเหนือจากผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน ดังนั้น งานใดก็ตามที่ทำแล้วไม่มีความสุข หรือรู้สึกว่าทำแล้วไม่มีความหมาย คนรุ่น Gen Z จะไม่ให้ความสำคัญหรือมองเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องรับงานนั้นมาทำ หรือไปทำงานในตำแหน่งนั้น เพราะมันไม่มีคุณค่าในตัวเอง
5.จากทำงานที่มีคุณค่าไม่ใช่ได้แค่เงิน คน Gen Z จะทำงานที่ตัวเองมองเห็นว่า เป็นงานที่มีคุณค่าสร้างชื่อเสียง สร้างความภาคภูมิใจ หรือสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรหรือสังคมส่วนรวม
เพราะ งานเหล่านั้น บางครั้งอาจจะไม่ใช่งานที่ได้เงินเยอะมาก แต่กลับเป็นงานที่มีมูลค่าสูงทางด้านจิตใจ หรือความภาคภูมิใจในงานที่ทำจึงทำให้คน Gen Z บางครั้งตัดสินใจเลือกงานที่มีคุณค่ามากกว่ามีมูลค่า หมายความว่า งานบางอย่างมันจะได้เงินเดือนสูงกว่า แต่หากว่าเป็นงานที่สุดท้สยทำไปแล้วไม่มีคุณค่า หรือไม่มีความภาคภูมิใจในการทำงานนั้น เขาอาจจะไม่รับงานนั้น แต่กลับไปรับงานที่อาจจะมีเงินเดือน หรือผลตอบแทนต่ำกว่า แต่สามารถสร้างผลงานที่มีคุณค่า หรือมีความภาคภูมิใจในผลงานที่ทำออกมาหลังจากที่ได้ทำงานนั้นเรียบร้อยแล้ว คุณค่าของงาน จึงอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่ามูลค่าของเงินที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกทำงาน

6.สนใจองค์กรที่มี Purpose ชัดเจน
เพราะคน Gen Z เลือกทำงานจากคุณค่าและความภาคภูมิใจของงานมากกว่าการเลือกของผลตอบแทน ดังนั้น จึงทำให้เวลาที่ คุณ คน Gen Z จะตัดสินใจสมัครงาน หรือทำงานที่ใดสักแห่งหนึ่งคน Gen Z มักจะสนใจว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ หรือมีเป้าหมายอย่างไรในการทำธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนั่นหมายถึง เขาจะต้องอยู่ในองค์กรนั้น ทำงานในองค์กรนั้น และผลลัพธ์ที่ออกมาขององค์กรนั้น จะต้องเป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร ซึ่งจะสอดคล้องกับความภาคภูมิใจ หรือความตั้งใจ หรือความสนใจที่เขาจะทำงานนั้นหรือไม่ เพราะ หากองค์กรมีเป้าหมายในการทำงานที่ไม่ได้นำไปสู่ความภาคภูมิใจหรือ ความสนใจ หรือความตั้งใจ ที่เขาจะทำงานนั้น เพื่อเปรียบเสมือนตราประทับในชีวิตของเขาในเรื่องของความภาคภูมิใจในเรื่องผลงาน เขาก็จะไม่เลือกทำงานกับองค์กรที่ไม่มี Purpose ที่ชัดเจน แต่ละองค์กรนั้น ต้องมีชัดเจนว่า สิ่งนี้ทำเพื่อจะช่วยเหลือโลกให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เช่น เป็นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์องค์กรชัดเจนในการทำงานและลดคาร์บอนในโลกใบนี้ เพื่อให้บรรยากาศในโลกดีขึ้น จะทำให้คน Gen Z มีความสนใจที่ทำงานในบริษัทนี้ มากกว่า บริษัทที่ทำงานโดยหวังผลเรื่องของกำไรเป็นหลัก โดยไม่สนใจว่าสิ่งแวดล้อมหรือผลที่ตามมาในโลกใบนี้จะได้รับผลกระทบอย่างไร การจะรับสมัครคน Gen Z จึงจะต้องให้ความชัดเจนของวัตถุประสงค์การดำเนินกิจการขององค์กรนี้ที่มีอยู่หรือตั้งอยู่ เพื่อเหตุผลใด ใน 5-10 ปีข้างหน้า
ในยุคของคุณ Gen Z นั้น การเลือกงานไม่ได้เลือกเพียงแค่เงินเดือนอย่างเดียว
แต่ปัจจัยสำคัญที่เขาจะให้ความสนใจในการที่จะเลือกทำงานก็คือ
1.ต้องมีความยืดหยุ่น ในการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ๆ เพราะคน Gen Z เป็นคนที่มีข้อมูลข่าวสารมาก จึงทำให้มีความคิดหลากหลายกว้างไกล และแปลกใหม่ องค์กรจึงต้องมีความยืดหยุ่นในการทำงานเพื่อให้สามารถเสนอความคิดเห็นได้
2.Hybrid Remote ได้จะได้เปรียบ คน Gen Z นี้ จะเป็นคนที่ รักอิสระ และมีความรับผิดชอบในตัวเองสูง การที่งานมีลักษณะเป็น Hybrid Remote จะทำให้มีความน่าสนใจ เพราะเขาสามารถปรับเปลี่ยนเวลาการทำงาน หรือบริหารเวลาการทำงานของเขาให้เหมาะสมกับ Life Style ของเขาได้ เขาไม่อยากถูกติดกับเวลาทำงาน 9-5 แบบเดิมๆ เพราะ เขาเชื่อว่า เขามีความสามารถที่จะสร้างผลงานในทุกที่ในทุกเวลาได้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยึดติดกับออฟฟิศ ในลักษณะงาน 9:00 น – 17:00 น แบบเดิมๆ ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถมีความยืดหยุ่นในการที่จะบริหารจัดการประสิทธิภาพของเขาให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด

3.โอกาสเติบโตสำคัญมาก เพราะ คน Gen Z เป็นคนที่เรียนรู้ได้รวดเร็ว และเปลี่ยนงานได้ง่าย ต้องการสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน และมีโอกาสเติบโต เพื่อแสดงศักยภาพในขั้นสูงกว่าต่อไปได้
4.ความอิสระในการใช้ชีวิต ความอิสระในการแสดงความคิดเห็น ความอิสระในการบริหารเวลาของตัวเอง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกงานของคน Gen Z และอาจจะให้ความสำคัญมากกว่าเงินเดือน หรือผลตอบแทนที่ได้รับการเสนอ ขอเพียงให้ความสำคัญในเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และ มีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำไป
บทความอื่นๆเพิ่มเติม
https://orchidjobs.com/interest/gen-z-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97/
https://www.researchgate.net/publication/386095572_Understanding_Generation_Z_Work-Life_Balance_and_Job_Embeddedness_in_Retention_Dynamics






