06มี.ค.

1 การจ้างผู้บริหารแบบเต็มเวลาไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด CEO CFO CMO หรือ ไม่ว่าตำแหน่งสูงสุดของแผนกใดแผนกหนึ่งทีเป็นการจ้างลักษณะเดิมๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากและต้องทำงานเต็มเวลา เหตุผลที่ในอดีต ที่ต้องมีการจ้างลักษณะอย่างนี้เนื่องจากว่า

1.1 ความรู้ความสามารถของผู้บริหารในอดีต เป็นสิ่งสำคัญและเป็นเรื่องเฉพาะตัว

1.2 ความพร้อมในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ และองค์ความรู้ต่างๆ นั้น ยังมีน้อยอยู่มากในอดีต ดังนั้น คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้บริหารในระดับนี้ได้ จึงมักจะเป็นคนที่ผ่านงานมาในหลายๆ ส่วน และ มีองค์ความรู้แบบบูรณาการอยู่ในตัวคนเดียว ประกอบกับ ทุกอย่างต้องพึ่งผู้บริหาร พึ่งความคิดของผู้บริหาร พึ่งความรู้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้บริหาร มิฉะนั้น จะไม่สามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่รอดได้

2 การจ้างผู้บริหารแบบเชิงที่ปรึกษา จากการจ้างเพิ่มเติมจากการจ้างแบบเต็มเวลาในขั้นตอนที่ 1 นั้น บางครั้ง เราอาจจะได้ผู้บริหารที่มีองค์ความรู้เฉพาะแบบบูรณาการ แต่องค์ความรู้เฉพาะของแต่ละคนนั้น ก็มีปริมาณและคุณภาพที่แตกต่างกัน นั่นหมายความว่า บางครั้ง เราได้ผู้บริหารที่เข้ามาในตำแหน่งสูงสุด หรือตำแหน่งที่สำคัญในองค์กรในแผนกใดๆ ก็ตาม อาจจะมีองค์ความรู้ยังไม่เพียงพอ เทียบกับ ขนาดของบริษัทที่ใหญ่เกินความสามารถของผู้บริหารเหล่านั้น จึงแก้ปัญหานี้ได้ โดยการให้ที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ หรือมีความชำนาญ หรือมีความรู้มากกว่าเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยโค้ชผู้บริหารเหล่านั้นอีกขั้นหนึ่ง ในส่วนที่เขาขาดหายไป ซึ่งเป็นลักษณะของการแก้ปัญหา โดยใช้ต้นทุนต่ำกว่าการจ้างผู้บริหารคนใหม่มาแทนคนเก่า ซึ่งจะมีต้นทุนสูงมากเกินไป หมายความว่า ต้นทุนของผู้บริหารคนเดิม บวกกับ ต้นทุนของที่ปรึกษาที่เข้ามาเป็นโค้ชเป็นระยะตามความจำเป็นในช่วงเวลาที่ต้องการหรือสำคัญๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการทดแทนผู้บริหารคนเดิมด้วยคนใหม่ ที่มีคุณสมบัติที่สูงกว่าแต่ต้นทุนอาจจะสูงกว่าอีกหลายเท่า ในขณะที่ ความต้องการในการแก้ปัญหาอาจจะไม่จำเป็นต้องการผู้บริหารที่ความสามารถสูงขนาดนั้น จึงเป็นโอกาสให้การมีที่ปรึกษาเข้ามาเป็นส่วนช่วยจึงเกิดขึ้นได้

1 ผู้บริหารที่มีองค์ความรู้สูงขึ้น จากการที่ คนรุ่นใหม่ได้รับการศึกษาที่ดีในระบบการศึกษาใหม่ๆ ที่มีความพร้อมทั้งในเรื่องของความรู้ ความสามารถ องค์ความรู้ต่างๆ และกรณีศึกษาต่างๆ ที่มีมากมายในโลกออนไลน์ ที่ผ่านการแชร์ประสบการณ์จากคนเก่าในอดีต ซึ่งองค์ความรู้ลักษณะนี้ ในอดีตจะหาได้ยากมาก และไม่ค่อยมีใครยอมถ่ายทอดให้ได้ แต่เนื่องจากในปัจจุบัน มีผู้ที่นำองค์ความรู้เหล่านี้ออกมาถ่ายทอดผ่านสื่อโซเชียล ทางออนไลน์ เพื่อได้รับผลตอบแทนจากการสอนทางออนไลน์ ทำให้ความสามารถในการเข้าถึงองค์ความรู้สำหรับทุกคน จึงเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้บริหารยุคใหม่สามารถมีความรู้ที่ลึกซึ้งกว่าในอดีตทั้งในแง่ของการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย และ ในแง่ของการศึกษาด้วยตนเองผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ จึงทำให้มีจำนวนผู้บริหารที่มีความสามารถสูงในวัยเยาว์กว่าในอดีต และมีความสามารถในหลายมิติ โดยไม่จำเป็นต้องมีอายุงานมากเหมือนในอดีต

2 ในยุคปัจจุบัน มีเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาช่วยในการทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ต่างๆที่รองรับในเรื่องของการเก็บข้อมูล เพื่อจะใช้ในการวิเคราะห์ในอนาคต เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องได้ รวมไปถึง มีซอฟต์แวร์ต่างๆที่ช่วยในการทำรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่ได้เก็บรวบรวมใฃมา แล้วนำไปทำการวิเคราะห์สรุปออกมาเป็นผลลัพธ์ในรูปของข้อเท็จจริง รวมไปถึงการนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องและแม่นยำ ซึ่งต่างจากในอดีต ที่จะต้องใช้ความรู้ความสามารถของผู้บริหารในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งอาจจะมีทั้งความแม่นยำ และความคลาดเคลื่อนเทียบกับองค์ความรู้ที่มีของแต่ละคน นั่นหมายความว่า ในข้อมูลเดียวกัน หากให้ผู้บริหาร2 คน วิเคราะห์และนำเสนอแนวทางแก้ปัญหานั้น จะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ได้คุณภาพที่ต่างกัน แต่ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากมี AI ที่รวบรวมองค์ความรู้จักผู้บริหารต่างๆ จำนวนมาก และนำมาเป็นองค์ความรู้โดยเฉลี่ยของภาพรวมทั้งหมด เปรียบเสมือน การได้องค์ความรู้ของคนหลายๆ คน แล้วมากลั่นกรองเป็นองค์ความรู้ของคนส่วนใหญ่ เพื่อเกิดความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล จึงทำให้ในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีช่วยทำงานบางอย่างแทนผู้บริหารในอดีตได้ในลักษณะที่รวดเร็วกว่าดีกว่าและต้นทุนต่ำกว่า

Fractional Executive หมายถึง การจ้างงานที่มีลักษณะของการผสมผสาน ระหว่างการจ้างงานแบบเดิม ที่จ้างงานผู้บริหารแบบเต็มเวลา และ การจ้างที่ปรึกษาเข้ามาช่วยเสริมในบางส่วนเป็นระยะๆเท่าที่จำเป็นเพื่อเสริมจุดอ่อนของผู้บริหาร มาเป็นการจ้างงา น แบบ Fractional executive คือ การผสมผสานระหว่าง วิวิธีการของ 2 แบบนี้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนการจ้างงานเต็มเวลาของผู้บริหาร และดึงศักยภาพของการให้บริการของที่ปรึกษาให้สูงขึ้นกว่าแบบเดิม ที่มาเพียงให้ความเห็นแบบทั่วๆไป และให้ผู้บริหารนำไปปฏิบัติ แต่การจ้างงานแบบแฟชั่น Fractional executive สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ

1 ไม่จำเป็นต้องจ้างเต็มเวลา ลดค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 60 70%  โดยให้ผู้บริหารเหล่านั้น เข้ามาบริหารบริษัทในจำนวนชั่วโมง หรือจำนวนวันที่มีความจำกัด และกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ในส่วนที่จำเป็นจะต้องได้ความรู้ ความสามารถของเขามาช่วยแก้ปัญหาให้กับบริษัท ซึ่งผู้บริหารแบบนี้ จะสามารถรับงานได้หลายๆ องค์กรได้ ซึ่งมีข้อดีก็คือ เขาสามารถทำงานได้ในหลากหลายองค์กรในลักษณะเป็นสัดส่วนของช่วงเวลาการทำงานบางส่วนในแต่ละองค์กร จะทำให้เขามีความรู้ความสามารถหลากหลายในหลายๆ ธุรกิจ ในหลายๆ อุตสาหกรรมและนำมาใช้ปรับปรุงการทำงานในส่วนของบริษัทของเราได้ จากการนำองค์ความรู้ที่ไปบริหารที่อื่น มาผสมผสานกับองค์ความรู้ที่จำเป็นต้องใช้กับบริษัทของเรา ทำให้คุณภาพของการบริหาร หรือการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหามีความลึกและความกว้างมากขึ้น

2 เมื่อสามารถลดต้นทุนค่าตัวของผู้บริหารได้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างที่ปรึกษาอีกต่อไป ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้บริหารที่ลดลงไป และค่าใช้จ่ายของที่ปรึกษาที่ไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป สามารถนำไปใช้ในการลงทุน ในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ  เพื่อช่วยเสริมการทำงานของผู้บริหารง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้นมีความแม่นยำมากขึ้น รวมไปถึงการลงทุนในเรื่องของซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพในการทำงานของบริษัท ด้วยการลงทุนเพียงแค่ครั้งเดียว และใช้งานได้ตลอดไป เป็นการบริหารค่าใช้จ่ายที่ประหยัดลงจากการจ้างผู้บริหารเต็มเวลา มาลงทุนในส่วนของอุปกรณ์เครื่องมือแทน

1 ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างงานแบบเต็มเวลา มาเป็นการจ้างงานแบบสัดส่วนเวลาที่จำเป็น

2 กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบได้อย่างชัดเจนในสิ่งที่ผู้บริหารแต่ละคนต้องทำ

3 ได้ประสบการณ์จากผู้บริหารที่รับงานจากหลายๆ องค์กร ทำให้มีความรู้หลากหลาย ในหลายมิติ ในหลายอุตสาหกรรม และหลอมรวมเป็นความรู้รวมอันใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการมาแก้ไขสถานการณ์ของบริษัทภายใต้การจ้างงานแบบ Fractional executive

4 ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการจ้างงานผู้บริหารแบบเต็มเวลา และการจ้างงานของที่ปรึกษา โดยนำค่าใช้จ่ายเหล่านั้น มาลงทุนในการพัฒนาเครื่องมือ เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ต่างๆ เพียงครั้งเดียวและสามารถใช้งานไปได้ตลอด ทำให้ประสิทธิภาพของบริษัทสูงขึ้นลดภาระงานบางอย่างที่ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องทำในอดีต และให้ AI ทำงานแทนในต้นทุนที่ต่ำมาก แต่มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า จึงเป็นการเลือกใช้ความรู้ ความสามารถของผู้บริหารเฉพาะส่วนที่จำเป็นที่ AI ยังไม่สามารถจะทำให้ได้

5 สามารถจ้างผู้บริหารได้มากขึ้น ภายใต้งบประมาณที่น้อยลงเนื่องจาก จ้างเป็นสัดส่วนของการทำงาน เป็นช่วงเวลา จึงสามารถทำให้มีผู้บริหารที่มีคุณภาพ มีจำนวนมากขึ้นในองค์กรได้ โดยที่ค่าใช้จ่ายลดน้อยลง แต่ได้ประสิทธิภาพงานที่สูงขึ้น จากการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับ AI