Blog

Blog

การเพิ่มทักษะในการทำงานให้มีความหลากหลายเพื่อให้อยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน

Multitasking skills ทักษะจำเป็นของคนทำในยุคนี้ ไม่ตกงานชัวร์ ถ้าจะพูดถึง Skills ในการทำงานของคนทำงานในยุคดิจิทัลนี้ ความสามารถที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการว่าจะรับคุณเข้าทำงาน หรือต่ออายุการทำงานของคุณได้ ยกตัวอย่าง Multitasking Skills เรียกง่ายๆว่า การทำงานด้วยความสามารถหลากหลายด้าน  ถึงแม้เราจะทำงานในตำแหน่งงานเดียวระดับปฏิบัติงานหรือชำนาญ ไม่เว้นแต่ระบบบริหารงาน ก็จำเป็นทั้งนั้น   การทำงาน Multitasking Skills เป็นอย่างไร ก็เป็นการพัฒนาตัวเองในสายงานของตนและไม่ขีดข้อจำกัดในการทำงานในกรอบขอบเขตที่ตัวเองเคยทำมา ความสามารถหลากหลายด้านนี้ เช่น คุณทำงานในตำแหน่งการตลาด แต่ถ้าคุณมีความสามารถพอ ก็สามารถออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆที่นำไปใช้ในกระบวนการทำงานของคุณได้  ทั้งด้านกราฟิก แต่ไม่เป็นต้องทำในระยะเวลาเดียวกัน การพัฒนาตนเองในการทำงานของผู้สมัครงาน คนทำงาน ในโลกอินเทอร์เน็ต ก็เป็นแหล่งเรียนรู้และเพิ่มทักษะให้กับตนเองได้ดีเยี่ยม ตามเทรนด์โลกได้ทัน กำหนดทิศทางกระบวนการทำงานของคุณได้ การตามโลกให้ทันเป็นสิ่งดี และเนื่องด้วยเวลาจำกัด เราก็ยิ่งต้องเพิ่มศักยภาพหลายๆด้านในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ผู้ประกอบการและองค์กรของคุณเห็นถึงความสามารถของตัวคุณเอง ไม่ใช่ทำงานแบบผ่านไปวันๆ เดิมๆ และไม่คิดจะพัฒนาตัวเองเลย ถ้ายังไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองในเวลานี้ เชื่อเลยว่าอีกไม่นานคุณจะเป็นบุคคลที่ตามโลกไม่ทันและอาจโดนกำหนดให้เป็นคนทำงานที่องค์กรเลือกไม่ต่ออายุการทำงานก็ได้ ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ด้วย ใครทำงานได้หลากหลายด้านก็มีชัยไปเกินครึ่งแน่ๆ   Multitasking Skills อย่างเดียวก็ไม่พอต่อการพัฒนาตนเอง ต้องจัดลำดับความสำคัญของกระบวนการทำงานให้ได้ด้วย เราจะบอกหลักการง่ายๆ เพื่อนำไปปรับใช้กัน การจัดการเวลา :  การทำงานหลากหลาย ควรจัดลำดับความสำคัญให้ดีอะไรก่อนหลัง คุณต้องใช้เทคโนโลยี และตัวช่วยอื่นๆ เพื่อให้ได้เวลาของคุณคืนมา ทำงานได้เร็วขึ้น และมีเวลาเหลือมากขึ้น ทำงานเสร็จตามกำหนด​ : ตารางงานเป็นสิ่งจำเป็น สิ่งไหนต้องทำให้เสร็จวันไหน เวลาไหน การจดบันทึก การแจ้งเตือนกำหนดการต่างๆ แผนงานที่ต้องทำทั้งหมดนี้คือความรับผิดชอบของผู้สมัครงาน งานไหนทำก่อน ทำหลัง ทำให้เสร็จตามที่กำหนดไว้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า :  การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาระหว่างการทำงาน เป็นเรื่องปกติ แต่การแก้ไขปัญหาในแบบฉบับของการทำงานแบบ Multitasking Skills ต้องอาศัยความอดทนและความรอบคอบพอสมควร เพราะจะมีเวลาเข้ากับเกี่ยวข้อ การยึดติดกับการวางแผนงานเดิมๆ อาจไม่ประสบความสำเร็จ ประสบการณ์ดีขึ้น : ในการทำงานแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มศักยภาพในการทำงานแล้ว ยังจะทำให้ผู้สมัครงานและคนทำงานมีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาตัวเองและขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างรวดเร็ว และคุณเองก็จะก้าวหน้าในการทำงานอย่างก้าวกระโดดแน่นอน สรุปกันง่ายๆ ในการทำงาน Multitasking Skills  พัฒนาตัวเองในทักษะที่หลากหลาย หยุดพูดคำว่าเดียวก่อน เพราะเวลาไม่รอใคร และหยุดตั้งกำแพงในการทำงานกับคำว่าทำไม่ได้ ไม่มีเวลา ถ้าจัดการเวลาได้ดี ก็ทำทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ   บทความโดย : พงศิษฐ์ ด่านประเสริฐกุล
อ่านเพิ่มเติม

ในยุคดิจิทัลทักษะความเป็นผู้นำและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นสิ่งสำคัญรวมทั้งการพัฒนาตนเอง

ภาวะทักษะความเป็นผู้นำที่ดีของผู้สมัครงาน และคนหางาน คิดจะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ขึ้นอยู่กับการปรับตัว การมุ่งมั่นในการทำงาน และพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความรู้ ทักษะความเข้าใจในภาระงานที่ดี รวมถึงทัศนคติของเราต่องานที่ทำเป็นสิ่งสำคัญต่อความก้าวหน้าไม่แพ้สิ่งอื่น  “  การเป็น  ผู้นำดี  ไม่ได้หมายความว่า ผู้นำคนนั้นต้องเก่งที่สุด  “    แต่การเป็นผู้นำดีนั้น  คือ การทำให้ลูกน้อง ของตน เก่งขึ้น และดีต่างหาก  การเป็นหัวหน้าอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นหัวหน้าและเป็นผู้นำที่ดี นี่ซิเป็นเรื่องยากและการท้าทายสำหรับทุกคน เพราะคุณไม่สามารถสั่งให้ทุกคนชอบหรือเห็นด้วยในสิ่งที่ตนเองทำ   แต่ในฐานะผู้นำ  คุณต้องซื้อใจลูกน้องให้ได้ เพื่อต่อยอดการทำงาน ส่งให้องค์กรประสมความสำเร็จตามเป้าที่ตั้งไว้ให้ได้   ลักษณะ 10 ทักษะสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้คุณและลูกน้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข 1. ทำให้เกิดความร่วมมือ แน่นอนว่างานทุกอย่างจะสำเร็จไม่ได้หากเกิดจากๆ คนเดียว เพราะฉะนั้นทุกคนต้องร่วมมือกัน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น  “ ผู้นำ  “ ที่ทำหน้าที่กุมอำนาจ แต่ก็ใช้ว่าคุณจะมีสิทธิ์สั่งอย่างเดียว ผู้นำที่ดีต้องรู้จักใช้อำนาจด้วยเหตุผล รับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น เพื่อให้ภาพรวมการทำงานมีประสิทธิภาพที่น่าเชื่อถือ 2. โฟกัสที่ทีมงาน บุคลากรที่ดี ถือเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดขององค์กร การกล่าวคำชื่นชม  การทำงานของ ผู้ร่วมงาน  การสร้างความเชื่อมั่นในตัวทีมงาน  และ การเคารพซึ่งกันและกัน 3. มองเห็นความผิดปกติ เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากรับมือกับเรื่องดราม่า แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณจะต้องเจอกับปัญหาเล็กๆ ที่อาจก่อตัวเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต หน้าที่ของผู้นำคือ หมั่นสังเกตความผิดปกติในทีม หานโยบายการทำงานที่สอดคล้องกัน เพื่อให้ทีมทำงานได้อย่างงมีประสิทธิภาพ 4. กล้าเปลี่ยนแปลง การจะก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรย่อมส่งผลต่อองค์กรแน่นอน อย่ากลัวที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้มองว่าเป็นเรื่องท้าทายที่คุณและทีมงานสามารถทำร่วมกันได้ 5. รู้จักเรียนรู้ เพราะการทำธุรกิจคือโลกของการแข่งขัน ในฐานะผู้นำคุณต้องเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนองค์กร พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และวิธีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่สำคัญอย่าลืมปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้ทีมงาน 6. ต้องเป็นหัวหน้าที่เข้าถึงง่าย เมื่อพูดถึงการเป็นผู้นำที่อยู่บนยอดสูงสุดขององค์กร บางคนอาจรู้สึกกลัว เหงา หรือโดดเดี่ยว อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรแยกตัวเองออกจากคนอื่น แต่ต้องเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องเข้าถึงง่าย เห็นคุณค่าของการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น หมั่นพูดคุยกับทีมงานบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าพวกเขามีปัญหาอะไร และแต่ละคนมีนิสัยอย่างไร 7. มีความเชื่อมั่น การเป็นผู้นำที่น่าเอาแบบอย่าง ต้องมากจากความเชื่อมั่นที่มีอยู่ในตัวเอง เพราะทุกการกระทำของคุณ จะเป็นการแสดงความเชื่อมั่นที่มีต่อองค์กรและลูกน้องได้รับรู้ 8. มีความรับผิดชอบ จริงๆ แล้วไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งใด ความรับผิดชอบคือสิ่งที่ทุกคนต้องมีไม่ว่าจะทำอะไร 9. มีคาแรคเตอร์ การมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัว อย่ามองว่าไม่สำคัญ คาแรคเตอร์ของคุณจะช่วยเสริมให้การกระทำ และทำพูดน่าเชื่อถือขึ้น ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับคาแรคเตอร์ของแต่ละคน บางครั้งอาจเป็นสายฮา บางคนสายจริงจัง หาความพอดีให้เจอ แล้วทุกอย่างจะง่ายเอง 10. พร้อมให้คำปรึกษา และเปิดโอกาส การเป็นผู้นำไม่ได้หมายความคุณจะต้องอยู่บนหิ้งแตะต้องไม่ได้ แต่ผู้นำที่ดีต้องเข้าถึงง่าย และพร้อมจะให้คำปรึกษาแก่ลูกน้อง บางครั้งคุณอาจไม่เชี่ยวชาญเท่าลูกน้อง ลองปล่อยให้พวกเขานำทางบ้าง เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงทักษะและความสามารถที่ซ่อนอยู่   ทั้งนี้ จากการกล่าวข้างต้น หากไม่มีสักข้อ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นผู้นำที่ไม่ดี แต่คุณสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกน้องให้เกิดความพยายาม ในการลงมือทำได้ เพียงมีความมุ่งมั่นและทำทุกอย่างได้ให้เต็มที่   บทความโดย : นางสาวสุรัตนวดี   แซ่ตั้น
อ่านเพิ่มเติม

เด็กจบใหม่เตรียมตัวอย่างไรให้ได้งานปังๆ

เชื่อว่าผู้สมัครงานหรือน้องๆที่จบใหม่หลายๆคนคงมีความกังวลใจเรื่องการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน คำถามต่างๆที่ต้องเจอวันนี้เราจะมาแนะนำการเตรียมตัวและคำถามที่ต้องเจอมาฝากกัน ในยุคปัจจุบันเราก็มองเห็นได้ชัดว่า การเตรียมความพร้อมตัวในการหางานสมัครงานเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้เรามีงานทำ และได้งานที่ตรงใจมากที่สุด เรามีเทคนิค 6 ขั้นตอนการเตรียมความก่อนก้าวสู่โลกแห่งการทำงาน ดังนี้ เอกสารในการสมัครงาน หางาน ประวัติ เรื่องนี้สำคัญมากเป็นความพร้อมอันดับต้นๆที่ทางบริษัทจะดูคุณว่ามีความพร้อมในการสมัครงานแค่ไหน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจในการพบกันครั้งแรกของคุณ ผู้หญิงอาจจะสวมใส่เสื้อเชิ้ตหรือกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น หากเป็นชุดแซกไม่ควรสั้นหรือยาวเกินไปชุดสีสันเรียบร้อยไม่ฉูดฉาดเกินไป ผู้ชายกางเกงแสล็ค เสื้อเชิ้ตแขนสั้นหรือยาวก็ได้ รองเท้าหุ้มหนัง ไม่ควรสวมใส่กางเกงยีนส์เด็ดขาด ข้อมูลบริษัทที่เราต้องไปสัมภาษณ์ ถือคติที่ว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง การหาข้อมูลบริษัทนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่นประวัติบริษัท บริษัทประกอบธุรกิจอะไร พนักงานจำนวนกี่คน สิ่งเหล่านี้ยังจะเป็นข้อมุลในการประกอบการตัดสินใจของคุณด้วย หาจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็ว่าได้ฝ่ายบุคคลมักจะถามคำถามนี้เสมอ แน่นอนหากคุณตอบมันได้ดีคุณจะได้รับผลสัมภาษณ์งานที่น่าพอใจ ควรไปถึงก่อนเวลา10-15นาที การนัดสัมภาษณ์นั้นสำคัญมากบางบริษัทอาจจะตัดสินคุณจากเวลานัดเลยก็เป็นได้เพราะฉะนั้นควรไปก่อนเวลาเพื่อเตรียมเอกสาร เตรียมข้อมูลในการสัมภาษณ์ ปิดเสียงมือถือหรือควรหยุดเล่นมือถือในระหว่างการรอสัมภาษณ์ อาจจะมองเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่นั้นหมายถึงมารยาทในการสัมภาษณ์อย่างนึงก็ว่าได้ ควรปิดเสียงระหว่างสัมภาษณ์หรือระหว่างรอควรนั่งมองสำรวจสถานที่หรือสังเกตผู้สมัครที่มาสัมภาษณ์พร้อมกันจะดีกว่าค่ะ สุดท้ายนี้เมื่อเราทำเต็มที่ผลตอบรับจะออกมาดีเสมอ Blow them away!!!
อ่านเพิ่มเติม

บุคลิกภาพแบบเราๆงานไหนที่เหมาะสมทำแล้วปัง

บุคลิกภาพหรือนิสัยส่วนตัวของคนหางานก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยบอกว่าเราเหมาะกับอาชีพอะไรได้ด้วย เพราะถ้าอยากประสบความสำเร็จในการทำงาน การเลือกงานให้ตรงกับบุคลิกและนิสัยก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยผ่านแนวคิดการเลือกอาชีพของ จอห์น แอล ฮอลแลนด์ (John L. Holland) ผู้คิดค้นความสอดคล้องระหว่างอาชีพกับบุคลิก โดยแบ่งบุคลิกผู้สมัครงานออกเป็น 6 ประเภท ทั้งนี้การเลือกอาชีพก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นด้วยว่าชอบอาชีพเหล่านี้หรือไม่   1. บุคลิกภาพแบบจริงจัง ผู้สมัครงานที่ชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการควบคุม การปฏิบัติการกับเครื่องยนต์กลไก หรือจำพวกเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ  ชอบงานประเภทใช้กำลังกาย การเคลื่อนไหวรวมไปถึงงานที่ต้องใช้ทักษะขี้เกรงใจ ถ่อมตน จริงใจ หนักแน่น ไม่เพ้อฝัน มีอารมณ์ที่มั่นคง ไม่ท้อกับอะไรง่าย ๆ อาชีพที่เหมาะสม : พนักงานป่าไม้ เกษตรกร นักวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญทางเอกซเรย์ นักเดินเรือ ไกด์นำเที่ยว นักวิจัย หมอ พยาบาล เป็นต้น   2. บุคลิกภาพแบบการใช้ปัญญา และความคิดแบบนักวิชาการ ผู้สมัครงานที่ชอบวิเคราะห์และการประเมินอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต ช่างสงสัย ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ มีเหตุผล ละเอียดรอบคอบ อนุรักษ์นิยม นิสัยชอบแก้ตัว ไม่ชอบสังคมมาก ชอบงานอิสระ ไม่ชอบเอาอย่างใคร พึ่งพาตัวเองได้ มีความมั่นใจในตัวเอง ชอบคิดชอบฝัน อาชีพที่เหมาะสม : นักเศรษฐศาสตร์ แพทย์  นักวางแผน นักวิทยาศาสตร์   ครูสอนคณิตศาสตร์ นักกายภาพ จักษุแพทย์ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักสมุทรศาสตร์ นักสถิติ เป็นต้น   3. บุคลิกภาพแบบศิลปิน ผู้สมัครงานชอบแสดงออก เป็นตัวของตัวเองสูง เพ้อฝัน รักอิสระ ไม่คล้อยตามใครง่าย ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชา ชอบริเริ่มไม่เอาอย่างใคร ไม่ชอบความจำเจ หรืองานที่มีกฎระเบียบแน่นอน ช่างฝัน อ่อนไหวง่าย ชอบแสดงออก อาชีพ : ผู้กำกับการแสดงละคร นักดนตรี นักโฆษณา นักแสดง นักประชาสัมพันธ์ ผู้ทำรายการวิทยุ นักออกแบบ นักวิจารณ์ สถาปนิก จิตรกร นักถ่ายภาพ นักแต่งเพลง นักเขียนบท เป็นต้น   4. บุคลิกภาพแบบบริการสังคม และชอบสมาคม ผู้สมัครงานที่ชอบทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยคนที่มีปัญหาทางจิตใจ แต่ไม่ชอบให้ใครสั่ง หรืออยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร ชอบให้ความรู้ สนทนาและสังสรรค์กับผู้อื่น มีความเข้าใจคนอื่นได้ดี กล้าแสดงออก เป็นกันเอง ร่าเริง มีความเมตตากรุณา อาชีพ : ผู้บริหารงานชุมชน ตัวแทนธุรกิจ จิตแพทย์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักรัฐศาสตร์ นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล ผู้ทำงานในชุมชน ผู้อำนวยการทางด้านบุคลากร ครู บรรณารักษ์ ข้าราชการต่างประเทศ เป็นต้น   5. บุคลิกภาพแบบกล้าคิดกล้าทำ ผู้สมัครงานที่ชอบกิจกรรมที่มีอิทธิพลเหนือคนอื่น ใช้ทักษะในทางพูดจา มีความเป็นผู้นำสูง ชอบแสดงความคิดเห็น มีทักษะในการพูดเพื่อโน้มน้าว ตรงไปตรงมา กล้าตัดสินใจ กล้าโต้แย้ง กล้าคิดกล้าทำ กล้าเสี่ยง ชอบการแข่งขันทะเยอทะยาน คล่องแคล่ว ว่องไว มีความรับผิดชอบ มีระเบียบ และชอบการวางแผนให้บรรลุเป้าหมาย อาชีพ : ทนายความ ผู้พิพากษา ข้าราชการ นักการเมือง เจ้าของกิจการ นักขับเคลื่อนสังคม พิธีกร นักธุรกิจ นักการตลาด นายธนาคาร เป็นต้น   6. บุคลิกภาพแบบยึดมั่นและมีระเบียบแบบแผน ผู้สมัครงานที่ชอบทำงานเกี่ยวกับตัวเลข การนับจำนวน ชอบบทบาทที่เป็น ผู้ใต้บังคับบัญชา พอใจที่จะคล้อยตาม หรือช่วยฟังบุคคลอื่น ไม่ชอบเป็นผู้นำ เลี่ยงการโต้แย้ง ไม่ชอบงานที่ใช้ทักษะทางร่างกาย ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เจ้าระเบียบ มีความเป็นอนุรักษ์นิยมมาก อาชีพ : เลขานุการ เสมียน เจ้าหน้าที่ธุรการ นักบัญชี ผู้ตรวจบัญชี บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่คลังสินค้าเป็นต้น   บทความโดย  : นายปานเทพ สุระพันธ์
อ่านเพิ่มเติม

ทำงานแบบNewNormalให้มีประสิทธิภาพทั้งสองฝ่าย

วันนี้วิกฤตโควิด-19 ได้คลี่คลายลง และคนทำงานส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตปกติกันแล้ว นอกจาก New Normal ในการปรับตัวเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ในชีวิตประจำวัน ยังมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับรูปแบบการทำงานในยุค New Normal อีกด้วย เรามาดูกันว่าต้องเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานอย่างไรกันบ้าง   1. เวลาในการทำงาน เนื่องจากบางบริษัทมีการปรับรูปแบบการทำงานให้เป็นรูปแบบ work from home โดยพนักงานบางส่วนสามารถทำงานที่บ้านได้ แต่เราต้องอย่าลืมว่าบางทีการทำงานของเราต้องประสานกับพนักงานบางแผนกที่ยังทำงานประจำที่ออฟฟิศ จึงต้องคำนึงถึงเวลาในการติดต่อประสานงาน ส่งต่องาน ไม่ควรส่งต่องานช้าจนเกินไป หรือใกล้เวลาเลิกงาน 2. ช่องทางในการติดต่อสื่อสาร ช่องทางในการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญมาก ในการทำงานรูปแบบใหม่ เพื่อไม่ให้การทำงานระหว่างกันต้องสะดุด เราจึงควรเลือกใช้ช่องทางที่สามารถสั่งงาน ประชุมงานได้สะดวกและรวดเร็วที่สุด และในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่เข้ามาช่วยซัพพอร์ตการทำงานของเรามากมาย ยกตัวอย่างเช่น Zoom , Google Hangouts , Microsoft Teams , Skype / Skype for Business , LINE  ทักษะเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่ผู้สมัครงานที่กำลังหางานต้องมีเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำในอนาคต 3. การอัพเดทและการทำรายงาน เนื่องจากเราทำงานที่บ้านคนเดียว การอัพเดทงานกันภายในทีม หรือการอัพเดทงานให้หัวหน้างานรับทราบถึงขั้นตอนการทำงาน ความคืบหน้าของงานจึงเป็นสิ่งจำเป็นและดีที่สุด โดยชาวญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสื่อสารแบบ HORENSO HORENSO (โฮเรนโซ) เกิดจากการรวมตัวของ 3 คำ นั่นก็คือ Ho : 報告 (Houkoku) แปลว่า การรายงาน ซึ่งการรายงานนั้นจะต้องเน้นความถูกต้อง ความรวดเร็ว และความครบถ้วน Ren : 連絡 (Renraku) แปลว่า การติดต่อ โดยจะต้องติดต่อกับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนั้น ๆ และสุดท้าย So : 相談 (Sodan) แปลว่า การปรึกษาหารือ เป็นการปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ สุดท้ายอยากให้ทุกคนนำไปปรับใช้ให้เข้ากับการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละคน เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่องานของเราได้คุณภาพ เจ้านายของเราก็จะมีความสุข และเราก็จะมีความสุขกับการทำงานแบบ Work From Home ได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งองค์กรของเราและคนทำงาน บทความโดย :  รัตนา  สุขสวัสดิ์
อ่านเพิ่มเติม

3ช่องทางหางานในสถานการณ์ปัจจุบันช่วงแพร่ระบาดโควิด-19

ด้วยเหตุที่ว่าปัจจุบันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 กระจายหลายพื้นที่ ไม่ว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นแหล่งหางานหลักของประเทศ แต่จังหวัดต่างๆในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยก็มีผลกระทบกระจายเป็นวงกว้าง หัวเมืองหลักของไทย ก็พบว่ามีการลดอัตราการจ้างงาน การรับสมัครงาน การเลื่อนโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้ประชากรมีงานทำออกไปอย่างไม่มีกำหนด ยกเลิกตัวอย่างไม่ว่าจะ สงขลา หาดใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี  ภูเก็ต นครศรีธรรมราช ตำแหน่งงานเปิดรับลดอย่างเห็นได้ชัด แรงงานในพื้นที่ภูมิภาค ก็มีผลกระทบไปตามๆกัน อีกประเด็นก็คือช่วงนี้เป็นช่วงนี้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาจำนวนมากพอดี กลับต้องว่างงาน ไม่มีงานทำ หางานไม่ได้ เพราะทุกบริษัทก็หยุดดำเนินการชั่วคราวกันหมด แต่เราต้องหาทางหางานผ่านช่องทางอื่นๆ เพื่อให้มีงานทำให้ วันนี้เราจะแนะนำช่องทางการหางาน และตรวจสอบได้ว่าบริษัทไหนเปิดรับและสัมภาษณ์งานได้บ้าง 1. เว็บไซต์หางานออนไลน์ เว็บไซต์หางานออนไลน์ในประเทศไทยก็มีจำนวนไม่น้อย เมื่อเข้าไปดูตำแหน่งงานในช่วงนี้ ก็ต้องยอมรับว่ามีตำแหน่งงานน้อยลง แต่ไม่ได้เลวร้ายเพราะก็ยังมีบริษัทจำนวนไม่น้อยประกาศตำแหน่งงานเพื่อหาบุคลากรในการสนับสนุนการทำงานของบริษัทอยู่เยอะพอสมควร คำถามที่คิดกันต่อว่าแล้วสมัครงานในเว็บไซต์หางานออนไลน์แล้วจะไปสัมภาษณ์งานอย่างไรในเมื่อหลายบริษัทหยุดทำการหรือให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน มันไม่ใช่อุปสรรคในหารสรรหาคนของบริษัท แต่เราก็ต้องปรับตัวการสัมภาษณ์งานในปัจจุบันช่วงวิกฤติโควิด-19 บริษัทหลายแห่งใช้ระบบสัมภาษณ์งานผ่านระบบออนไลน์ โดยอาศัยแอพต่างๆในการสัมภาษณ์งานกับผู้สมัครงานโดยไม่ต้องเสี่ยงเดินทางไปสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครงานก็ควรสร้างเรซูเม่และใบสมัครงานลงไปในระบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด และพร้อมที่จะทำงานจริงๆหากได้งานในช่วงวิกฤตแบบนี้ 2. บริษัทจัดหางาน บริษัทจัดหางาน ก็เป็นอีกช่องทางที่เป็นตัวเลือกให้ผู้สมัครงาน คนหางาน ผู้ว่างงานในแต่ละพื้นที่มีโอกาสในการได้งานทำ เพราะว่า บริษัทจัดหางานจะเป็นตัวกลางระหว่างผู้สมัครงานและบริษัทต่างๆทั่วประเทศ ในการคัดกรองคุณสมบัติผู้สมัครงานตามความต้องการของบริษัท สัมภาษณ์ การอบรม การปรับทัศนคติ การเตรียมความพร้อมต่างๆ ก่อนที่จะส่งไปยังบริษัท หากคุณสมบัติครบ สัมภาษณ์ผ่าน ก็เข้าเริ่มงานได้ทันที ไม่ต้องรอลุ้นแบบการสมัครงานอย่างอื่นๆ และเราก็เลือกสาขาอาชีพในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ ได้รู้ภาระหน้าที่ตำแหน่งงานของตัวเองก่อนเริ่ม ในไทย บริษัทจัดหางานก็มีมากมาย และหลากหลายประเภท เพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้สมัครงานเข้าไปหางาน 3. สำนักงานจัดหางานจังหวัด / กรมการจัดหางาน  กระทรวงแรงงาน สำนักงานภาครัฐอย่างสำนักงานจัดหางานจังหวัด ก็เป็นอีกช่องทางในการหางานยุคโควิด-19 แต่สำนักงานก็มีการปรับตัวขั้นตอนในการเข้ารับบริการ ด้านออนไลน์มากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ว่างงาน ผู้สมัครงานทั่วไป ติดต่อ สอบถามและสมัครงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสี่ยงในการเดินทาง ตำแหน่งงานก็จะเป็นกลุ่มตำแหน่งงานทั่วไป ตั้งแต่ระดับปฏิบัติงาน ถึง ชำนาญการก็มี นี้ก็เป็นอีกช่องทางในการหางานเพื่อให้เราไม่ว่างงานนานอีกต่อไปหากเราปรับตัว   การหางานในยุคโควิด-19 นี้ไม่ใช้เรื่องลำบากและถึงแม้จะไม่สะดวกสบายแบบก่อนหน้านี้ก็ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ผู้สมัครงาน ผู้ว่างงานที่กำลังหางานทำ ลองเข้าใช้งานทั้งสามช่องทางนี้ เชื่อว่าเราจะไม่ตกงาน ว่างงานแบบนี้ไปได้นอก เพราะหลายสายงานในช่วงวิกฤตก็มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มภาคการเงินการประภัย กลุ่มระบบขนส่ง กลุ่มภาคผลิต กลุ่มวิศวกร และกลุ่มการตลาด ที่ต้องมีการขับเคลื่อนไปอย่างเป็นระบบ เราหวังว่าผู้สมัครงานปรับตัวเองให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน บทความโดย : พงศิษฐ์ ด่านประเสริฐกุล 
อ่านเพิ่มเติม
Top