02มี.ค.

ไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหนก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การเมือง” (Office Politics) เป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในทุกสถานที่ทำงานและทุกแผนก ไม่ว่าจะแสดงออกชัดเจนจนรับรู้ได้ทันที หรือซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความสงบเรียบง่ายของสถานการณ์ปกติก็ตาม

นิยามของการเมืองในที่ทำงาน: การเมืองในที่ทำงานเกิดจากการที่คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกัน เป็นกลุ่มก้อนทั้งแบบเหนียวแน่นชัดเจน หรือแบบรวมตัวกันชั่วคราวเป็นครั้งคราว เพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ

1. เพื่อเป็นกำแพงขัดขวาง: ป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นกระทำการที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือผลประโยชน์ของกลุ่มตน

2. เพื่อรักษาและแสวงหาผลประโยชน์: ทำบางสิ่งเพื่อให้ได้ผลประโยชน์สำหรับคนในกลุ่มเดียวกัน

1.1 ผลประโยชน์จากการดำเนินงาน (เช่น ค่าคอมมิชชั่น): ในบางแผนกที่มีการดีลกับบุคคลภายนอก กลุ่มการเมืองจะถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นหูเป็นตาและเป็นเครื่องมือรักษาผลประโยชน์ผ่านอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่

1.2 การรักษาฐานอำนาจ: เพื่อให้มีอำนาจเต็มในการควบคุมความมั่นคงในหน้าที่การงาน และสร้างโอกาสในการได้รับเลือกสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยอาศัยการสนับสนุนและเกื้อกูลกันภายในกลุ่ม

2. ปัจจัยทางจิตวิทยาและจริตส่วนบุคคล (นามธรรม)

แนวทางในการแก้ไข และป้องกันปัญหาที่เกิดจากกลุ่มก้อนการเมืองในบริษัท

เพื่อป้องกันความเสียหายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว องค์กรควรมีมาตรการดังนี้

  • สร้างวัฒนธรรมความสามัคคี: จัดกิจกรรมปลูกฝังการทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจ และกำหนดว่าใครที่ไม่ปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรถือเป็นบุคคลอันตรายที่ต้องพิจารณาโทษขั้นเด็ดขาด
  • ประกาศนโยบายที่ชัดเจน: ยืนยันว่าบริษัทไม่สนับสนุนการมีกลุ่มก้อนทางการเมืองในทุกระดับ และถือเป็นภัยคุกคามต่อบริษัท
  • วัฒนธรรมการวัดผลด้วย Performance: กำหนดให้การพิจารณาความก้าวหน้ามาจาก “ผลงาน” เท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือระบบพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • ระบบงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้: มีเกณฑ์การวัดผลที่แม่นยำ อธิบายที่มาที่ไปได้ และใช้คณะกรรมการจากหลายภาคส่วนร่วมพิจารณาผลงานพนักงาน
  • การกลั่นกรองโดยผู้บริหารสูงสุด: ผู้บริหาร (หรือคณะกรรมการหลายชุดในบริษัทใหญ่) ต้องเป็นคนพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อตรวจสอบการ “ซ่อนเงื่อน” หรือการลำเอียงในข้อมูลที่นำเสนอ

ปัญหาการเมืองในบริษัทสรุปแล้วมาจาก 4 รากเหง้าสำคัญ

1. ความกลัว: ความกังวลต่อความมั่นคงและการสูญเสียความสำคัญ

2. ความโลภ: อยากได้หรือรักษาผลประโยชน์ให้พวกพ้อง

3. ความโกรธ: ความคับแค้นที่ต้องการทำลายล้างศัตรู

4. ความหลง: ความเข้าใจผิดในอำนาจและความยิ่งใหญ่ของตน

เมื่อเราเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงเหล่านี้ เราจะสามารถหาแนวทางแก้ไข (Solution) ให้ตรงกับจริตและต้นเหตุของปัญหาได้อย่างถูกต้องและชัดเจนที่สุด

อ้างอิง

https://www.facebook.com/share/p/175it1eLVK

https://shorturl.asia/ILMp3