วัฒนธรรมขององค์กรเป็นสิ่งที่ส่งผลอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมากับความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กรในระยะยาว วัฒนธรรมขององค์กร อาจจะแบ่งเป็น 2 ระดับ
1 ระดับองค์กรในภาพรวม Corporate Culture
2 ระดับแผนกย่อยในแต่ละองค์กรซึ่งมีผลมาจากวัฒนธรรมองค์กรในภาพรวมในข้อที่ 1 Department Culture
ในทุกๆองค์กรย่อมจะมีวัฒนธรรมขององค์กรที่ชัดเจนอันเป็นผลเนื่องมาจาก การกำหนดแนวทางของวัฒนธรรมขององค์กรที่เกิดขึ้นมาจากผู้นำองค์กรเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว การดำเนินชีวิตของผู้นำองค์กร การทำงาน หรือปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของผู้นำองค์กร จะเป็นตัวที่ขับเคลื่อนทิศทางของวัฒนธรรมองค์กรอย่างชัดเจน ดังนั้น ผู้นำองค์กร คือ คนที่สำคัญที่สุดที่จะกำหนดผลลัพธ์ของวัฒนธรรมองค์กรว่าจะออกมาอย่างไร
วัฒนธรรมองค์กรเราอาจจะแยกออกเป็น 2 แบบ

1 แบบที่ส่งเสียงออกมาอย่างชัดเจน
2 แบบที่ไม่มีการส่งเสียงออกมา แต่รับรู้กันเป็นการภายในว่า มันคือ วัฒนธรรมองค์กรอย่างหนึ่ง
ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรในลักษณะที่เป็น Silent culture นี้ เป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะเป็นสิ่งที่คนรับรู้ได้ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข หากวัฒนธรรมองค์กรอันนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ดี ก็จะเป็นเสมือนมะเร็งร้าย หรือ เชื้อโรคร้าย ที่แพร่กระจายไปอย่างเงียบๆ และส่งผลต่อความอยู่รอดในระยะยาวอย่างชัดเจน
Culture องค์กรมีแบบไหนบ้าง?

1 วัฒนธรรมองค์กรที่ ทำงานเก่งจะพูดไม่เก่ง
เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง แต่ไม่สามารถนำศักยภาพสูงสุดที่มีอยู่ในองค์กรนั้นออกมาใช้งานได้ ถือเป็นการสูญเสียโอกาสที่จะผลักดันให้องค์กรไปถึงจุดสูงสุดได้ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรแบบนี้
2 วัฒนธรรมองค์กรที่ ทำงานไม่เก่งแต่พูดเก่ง
เป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่แฝงตัวอยู่ในองค์กร ค่อยๆทำให้องค์กร ป่วยหนักลงเรื่อยๆ เสื่อมสลายลงไป จนกระทั่งล่มสลายในที่สุดในระยะยาว
3 วัฒนธรรมองค์กรที่ ทำงานเก่งและพูดเก่ง
เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่น่าสนใจที่สุด แต่น่าจะเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่หาได้น้อยที่สุด เพราะการที่จะมีวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ได้ นั่นหมายความว่า ผู้นำจะต้องเป็นคนที่ทำงานเก่ง และพูดเก่งไปพร้อมๆ กัน ซึ่งส่วนใหญ่จะหาคนที่มีความสามารถทั้งสองมิตินี้ในคนเดียวกันนั้น แทบจะหาได้ยากมาก เพราะคนส่วนใหญ่จะเก่งด้านใดด้านหนึ่ง ทำงานเก่ง อาจจะพูดไม่เก่ง หรือ พูดเก่ง แต่อาจจะทำงานไม่เก่ง โอกาสที่จะเจอผู้นำที่มีความสามารถ ทั้งพูดเก่งและทำงานเก่งนั้น แทบจะเรียกได้ว่า พลิกแผ่นดินหา ก็ไม่ได้หากันง่ายๆ
4 วัฒนธรรมองค์กรที่ ทำงานไม่เก่งและพูดไม่เก่ง
อันนี้เปรียบเสมือนยาพิษร้ายแรงที่เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้ร่างกาย และองค์กรสูญสลายไป หรือจบสิ้นไปในระยะเวลาอันสั้นกว่าที่ควรจะเป็น ถือเป็นสิ่งที่อันตรายมาก หากมีวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้เกิดขึ้น
วันนี้เราจะมาพูดถึงวัฒนธรรมองค์กร ที่เป็น Silent culture ที่เป็นกลุ่มที่ 1 คือ วัฒนธรรมองค์กรที่ ทำงานเก่งแต่พูดไม่เก่ง ส่วนใหญ่น่าจะเป็นองค์กรที่มีความพิถีพิถันในงานที่ทำ เช่น งานด้านการวิจัยและพัฒนา งานทางด้านห้องแลป หรือ งานทางด้านการตรวจสอบคุณภาพ รวมไปถึง งานทางด้านที่ปรึกษาในบางลักษณะของธุรกิจ เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการเงินและการบัญชี ส่วนใหญ่จะเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ทำงานเก่ง แต่พูดไม่เก่ง เพราะเน้นเรื่องของการทำงานเป็นหลัก และผลลัพธ์ที่ออกมาให้ดีเยี่ยมที่สุด จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานมากกว่าการพูด องค์กรใดที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ สิ่งที่จะตามมาในมุมมองที่ดีน่าจะเป็น

1 ผู้นำองค์กร คือ ผู้ที่ทำงานเก่งอย่างแท้จริง
เพราะสิ่งนี้จะทำให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยผลงานเป็นหลัก แทนการนำเสนอผลงานหรือพูดมากกว่าทำ เมื่อผู้นำองค์กรมีความสามารถในการทำงานที่เก่งแล้ว ย่อมทำให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา หรือ ทีมงานจะต้องเป็นคนที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน คือ ทำงานเก่ง ดังนั้น คนที่ทำงานไม่เก่ง จะอยู่ในองค์กรลักษณะอย่างนี้ไม่ได้
2 เมื่อองค์กรเน้นไปที่ผลลัพธ์ของการทำงานเป็นหลัก
บรรยากาศในการทำงานของวัฒนธรรมองค์กรลักษณะนี้ จึงมักจะเป็นลักษณะของบรรยากาศในการทำงานที่เน้นเรื่องของการทำงานเป็นหลัก แทนการพูดคุย ทำให้การสื่อสารระหว่างกัน อาจจะมีน้อยเกินไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขัดขวาง หรือการไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของการทำงานออกมาถึงขั้นขีดสุดได้ เนื่องจาก ต่างคนต่างทำงานในมุมของตัวเอง แต่ก็ถือว่าเป็นความมั่นคงปลอดภัยระดับหนึ่ง เพราะ บริษัทจะขับเคลื่อนด้วยผลงานที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
3 สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า หรือ คู่ค้าทางธุรกิจ
เนื่องจากเป็นองค์กรที่ไม่เน้นเรื่องของการพูดหรือการประชาสัมพันธ์ แต่เน้นในเรื่องของผลงาน ดังนั้น ลูกค้าที่ต้องการผลลัพธ์เป็นหลัก หรือเป็นลูกค้าที่เน้นเรื่องของการขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์มากกว่าการนำเสนอ มักจะชอบองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรลักษณะนี้ เพราะสามารถให้ความมั่นใจถึงผลลัพธ์ ที่การันตีความสำเร็จ หรือผลงานที่เห็นได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ต้องมีคำอธิบายมากมาย
4 ต้นทุนในการที่จะต้องมาแก้ปัญหาการเมืองภายในองค์กรก็จะน้อยลงไป
เนื่องจาก เป็นพัฒนาองค์กรที่เน้นผลงานเป็นหลัก มากกว่า การพูดคุยดังนั้น จะทำให้คนที่เป็นลักษณะของคนที่ ทำงานไม่เก่งจะพูดเก่ง จะอยู่ในองค์กรแบบนี้ไม่ได้ ทำให้ความขัดแย้งในเรื่องของ ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร ลดน้อยลงไป และ เวลาส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปในการทำงานมากกว่า การแก้ปัญหาทางการเมืองหรือการเล่นการเมือง จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องสูญเสียเงินทองหรือทรัพยากรหรือเวลาเพื่อจะมาจัดระเบียบการทำงาน และลดปัญหาเรื่องการเล่นการเมือง หรือ การใช้ปากทำงานมากกว่าการลงมือทำที่แท้จริง คือ เป็นสิ่งที่ดีกับองค์กรภายในวัฒนธรรมลักษณะแบบนี้
ข้อดีของวัฒนธรรมองค์กรที่มีลักษณะเป็นแบบ พูดไม่เก่ง แต่ทำงานเก่ง น่าจะมีอะไรบ้าง ที่เราต้องให้ความสำคัญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพขององค์กรให้ไปถึงจุดสูงสุดได้มากกว่าที่เป็นอยู่
จุดสำคัญของ Silent culture มีส่วนไหน ที่เราต้องให้ความสำคัญ

1 อาจจะขาดการสื่อสารประชาสัมพันธ์ หรือ การพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน มีน้อยเกินไป
จนทำให้ไม่สามารถที่จะพัฒนาศักยภาพของแต่ละบุคคลให้มารวมตัวกัน กลายเป็นศักยภาพรวมขององค์กรได้ เพื่อ เพิ่มขีดความสามารถ หรือพัฒนาขีดความสามารถ ให้ไปถึงจุดสูงสุด จากการดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาให้มากที่สุด ภายใต้การรวมตัวกัน เพื่อพัฒนาเป็นศักยภาพโดยรวมขององค์กร ดังนั้น จึงต้องจัดให้มีการพูดคุยประชุมปรึกษาหารือให้มากขึ้น เพราะ คนที่เป็นลักษณะกลุ่มนี้ ทำงานเก่งแต่พูดไม่เก่ง มักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูด แต่ไม่สนใจที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะคิดว่า ผลงาน คือ สิ่งที่มันบอกตนเองอยู่แล้ว ผลงานแทนคำพูดอยู่แล้ว
2 กรณีที่ปล่อยให้ทุกคนทำงานภายใต้ความชำนาญแบบเดิมๆ ของตัวเองนั้น ก็จะได้ถูกผลลัพธ์ที่ดีออกมาอยู่เสมอ
เพราะ เป็นพนักงานที่เน้นการทำงาน แต่ที่น่าเสียดาย ก็คือ ผลลัพธ์ที่ดีกว่านั้น ยังไม่สามารถถูกดึงออกมาได้ ดังนั้น แนวทางการแก้ไขในลักษณะนี้ จึงควรจะมีการจัดเป็น Project ใหม่ๆ ขึ้นมา แล้วดึงศักยภาพของคนที่มีความสามารถเฉพาะตัวที่ เหมาะสมกับการดำเนินโปรเจคนั้น มารวมตัวกัน เพื่อพัฒนา Project ใหม่ โดยใช้ศักยภาพรวมทั้งหมดของแต่ละคนให้มารวมตัวกันบนเป้าหมายของ Project ร่วมกัน
3 จัดให้มีการแข่งขันในการ เซ็ตอัพโปรเจคใหม่ๆ เพื่อให้นำเสนอต่อที่ประชุมส่วนรวม
ให้ทุกคนมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความเห็นและประสบการณ์ จากการมองเห็นโปรเจคที่ทีมอื่นทำ เปรียบเทียบกับทีมตัวเองทำ และ รับฟังการนำเสนอจากแต่ละทีมต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะและฝีมือในการนำเสนอ ในการพูด ให้ทุกคนมีความสามารถในการพูดที่ดีขึ้น เก่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะนำมาซึ่งการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เมื่อมีการนำเสนอจากแต่ละทีมของ Project ซึ่งจะไปจุดประกายความคิดให้อีกทีมหนึ่งได้จากการนำเสนอของแต่ละทีมต่อส่วนรวม

กล่าวโดยสรุป วัฒนธรรมองค์กรที่เงียบ เป็นสิ่งที่ดี เพราะ เป็นวัฒนธรรมองค์กรแห่งการทำงาน มากกว่า การพูด แต่สิ่งที่ควรจะต้องพัฒนาให้ได้ ก็คือ
1 ดึงศักยภาพของทุกคนออกมาให้ได้มากที่สุด จากการร่วมการทำงานเป็นทีมและให้นำเสนอผลงาน
2 ให้รางวัลและผลตอบแทนกับทีม ที่สามารถนำเสนอผลงานได้ดีเพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีความสนใจ ในการพัฒนาทักษะเกี่ยวกับการนำเสนอให้มากขึ้น นอกเหนือจากความสามารถในการทำงานที่ดีแล้ว
บทความอื่นๆเพิ่มเติม
https://www.cambridge.org/core/journals/industrial-and-organizational-psychology/
https://orchidjobs.com/interest/smartperson/






