23มี.ค.

ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรทุกองค์กรจะเปิดโอกาสให้กับพนักงานที่มีความสามารถ ได้แสดงความสามารถ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาบริษัท และทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจจะขึ้นอยู่กับวิธีการขององค์กรว่า จะเปิดโอกาสให้พนักงานในรูปแบบใด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนกว้างๆ ได้ดังต่อไปนี้

1.1 องค์กรที่เป็นลักษณะธุรกิจเล็กๆ มีเจ้าของคนเดียว

  • การเปิดโอกาสให้พนักงาน อาจจะเป็นเรื่องยากและไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าของกิจการ หรือประสบการณ์ของเจ้าของกิจการในการมองพนักงานแต่ละคนว่า มีความสามารถที่จะทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นได้หรือไม่
  • รวมไปถึงความไว้วางใจของเจ้าของต่อภัยอันตรายของธุรกิจจากการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโต เพราะ พนักงานอาจจะทุจริต หรือ ลาออกไปเปิดกิจการแข่งขันในอนาคต จึงมักเป็นเหตุผลหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจ มักจะเกิดความกลัว และ ไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโต

1.2 องค์กรที่มีลักษณะธุรกิจเป็นแบบมืออาชีพ

  • องค์กรแบบนี้ มักจะเป็นองค์กรที่มีรูปแบบของการตัดสินคน หรือ พิจารณาอนาคตอย่างเป็นระบบ มีหลักการที่ชัดเจน มีวิธีการที่ชัดเจน และ มีผลลัพธ์ที่สามารถอธิบายได้ ถึงที่มาที่ไปในการเปิดโอกาสให้พนักงานคนใดคนหนึ่งเติบโตในหน้าที่การงานตามปกติ หรืออย่างก้าวกระโดด
  • ซึ่งมักจะมีเงื่อนไขในการพิจารณาที่ซับซ้อนและเข้มข้นในการคัดกรอง เพื่อจะสรุปว่า พนักงานคนใดคนหนึ่ง มีความสามารถ หรือ มีศักยภาพที่จะเติบโตได้ในตำแหน่งงานใดเมื่อใด

นอกจากลักษณะขององค์กรแล้ว ยังมีเหตุปัจจัยอื่นที่ทำให้องค์กรสามารถเปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโตหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเช่นกัน

2.1 ลักษณะของสภาพธุรกิจในขณะนั้น (อยู่ในช่วงเจริญเติบโต หรือ เศรษฐกิจขาลง)

  • กรณีที่ 1: ถ้าบริษัทกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เติบโตอย่างมั่นคงและรวดเร็ว
    • การเปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโตในองค์กรนั้นย่อมมีสูงแน่นอน เนื่องจากบริษัทต้องการบุคลากรจำนวนมากเพื่อจะขยายงานและรองรับงานต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
    • จึงทำให้การเปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโตในองค์กรนั้นจะเกิดขึ้นได้ง่ายและทันที และรวดเร็วจนพนักงานเองอาจจะตั้งตัวไม่ทัน และ ไม่สามารถจะปรับตัวได้กับการเติบโตหรือโอกาสเนื่องด้วย ไม่ได้รับการฝึกฝนหรือเตรียมพร้อมอย่างเพียงพอในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งที่จะสร้างปัญหาพนักงานที่ได้รับการสนับสนุนให้เติบโต แต่ไม่สามารถทำงานในตำแหน่งนั้น เนื่องจากไม่มีความพร้อมอย่างแท้จริง
  • กรณีที่ 2: ถ้าบริษัทกำลังอยู่ในสภาวะขาลง หรือ มีปัญหาด้านยอดขายหรือค่าใช้จ่าย
    • โอกาสที่พนักงานจะได้เติบโตในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น คงจะยุ่งยากมาก และไม่ได้รับการพิจารณาในเวลานั้น เนื่องจาก เป้าหมายหลักของบริษัทในขณะนั้น คือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นวิกฤตและอยู่รอดขององค์กรได้ก่อน
    • ดังนั้น เจ้าของธุรกิจจึงคิดว่าการให้โอกาสหน้าเติบโตจึงไม่ใช่สิ่งเร่งด่วน เพราะ หากบริษัทไปต่อไม่ได้ หรือล้มละลาย ไม่ว่าจะเติบโตในตำแหน่งใด ก็ไม่มีความหมายต่อไป จึงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาบริษัทในระยะสั้นก่อน

2.2 การแย่งตัวกันของพนักงาน

  • หากธุรกิจอยู่ในช่วงของการแข่งขันจนมีการแย่งตัวกันของพนักงานนั้น บางที บางองค์กรก็อาจจะไม่อยากจะพัฒนาพนักงาน หรือ ให้โอกาสพนักงานในการเติบโต เนื่องจากเกรงว่า พนักงานหลังจากที่ได้รับการเติบโต หรือ พัฒนาให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นแล้ว มีความสามารถสูงขึ้นแล้ว อาจจะมีโอกาสที่จะลาจากไปและไปอยู่กับองค์กรอื่น หรือไปอยู่กับคู่แข่ง
  • ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับบริษัทเพราะเสียทั้งเวลาและทรัพยากรในการพัฒนาพนักงาน แต่สุดท้ายพนักงานก็เลือกที่จะจากไปสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรอื่น หรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่น่ากลัวที่สุด คือ ไปอยู่กับคู่แข่ง นั่นหมายถึง บริษัทพัฒนาหรือให้โอกาสคนที่จะกลายเป็นศัตรูในอนาคต และส่งผลกระทบกระทบกับการแข่งขันอย่างชัดเจน

พนักงานเติบโตได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายใน ดังนี้:

3.1 วัฒนธรรมองค์กร

  • เป็นสิ่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญ หรือ มีผลต่อการเปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตได้หรือไม่ เพราะ วัฒนธรรมองค์กร คือ สิ่งที่ขับเคลื่อน หรือ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรไปในทิศทางใดอย่างชัดเจน และ เป็นทางตรงมากที่สุด
  • ดังนั้น หากวัฒนธรรมองค์กร เป็นวัฒนธรรมที่ต้องการความเสถียร ไม่ต้องการความเสี่ยง หรือเรียกว่าเป็น conservative ค่อยๆ โต ค่อยๆ ไป อย่างมั่นคงแต่ช้าๆ โอกาสที่พนักงานจะได้รับโอกาสให้มีการเติบโต นั้นย่อมเป็นไปได้ยาก เพราะองค์กรไม่อยากสร้างความเสี่ยง โดยการให้พนักงานเติบโตมาในตำแหน่งงานที่สูงขึ้น แต่สุดท้าย พนักงานทำไม่ได้ ทำให้เสียโอกาส ตั้งแต่ตำแหน่งงานใหม่ที่ให้พนักงานที่ไม่สามารถทำงานนั้นได้ รวมไปถึง การเสียโอกาสในตำแหน่งงานเก่าที่พนักงานคนนั้น เคยทำงานได้ดีอยู่แล้ว

3.2 ความกลัว หรือ ความกังวลของผู้บริหาร หรือ หัวหน้างาน

  • ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหัวหน้างานหรือผู้บริหารจำนวนไม่น้อยที่มีความกังวล หรือ ความกลัว ว่าเมื่อให้โอกาสลูกน้องในเจริญเติบโตแล้ว จะกลายเป็นภัยคุกคามเขาในระยะยาว หากลูกน้องสามารถปฏิบัติงาน หรือ ทำหน้าที่ได้ดีกว่า จนทำให้บริษัทมองเห็นว่า พนักงานคนนั้น มีศักยภาพสูงกว่าหัวหน้างาน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจ้างงานของพนักงานนั้น สูงกว่าลูกน้องคนนั้นมาก
  • จึงเป็นความเสี่ยง หรือ เป็นภัยคุกคามที่หัวหน้างานมองเห็นและไม่ต้องการให้เกิดขึ้น สิ่งที่จะทำได้ คือ การจำกัดการเติบโตของพนักงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสอนงาน หรือ ให้โอกาส เป็นการกดพนักงานไว้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของเขา และไม่เป็นภัยคุกคามกับเขาในระยะยาว

3.3 การเห็นความสำคัญของการเติบโตอย่างแท้จริงของพนักงาน (ต้นทุนและประโยชน์)

  • ประโยชน์ที่ได้รับขององค์กร จากการลงทุน และเวลา และทรัพยากรต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการพัฒนาพนักงาน และให้โอกาสในการเติบโตในตำแหน่งงานต่างๆ ไม่ว่า จะเติบโตในสายงานเดิมที่สูงขึ้น หรือ การเปิดแผนกใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับการเติบโตของพนักงาน ล้วนแล้วแต่ มีต้นทุนในการดำเนินการทั้งระยะสั้น ระยะยาว ที่มองเห็นเป็นรูปธรรม และไม่เป็นรูปธรรม
  • เช่น เงินค่าใช้จ่ายในการอบรม และค่าใช้จ่ายในการระดมทรัพยากรต่างๆ เพื่อใช้ในการฝึกอบรม ถือเป็นการลงทุนที่มองเห็นไม่เห็นเป็นรูปธรรม ในการสูญเสียโอกาสในการทำงาน ในขณะที่พนักงานเข้าสู่ระบบการอบรมหรือพัฒนา สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นอย่างเป็นรูปธรรม แต่เป็นต้นทุนแฝงที่มีอยู่จริง

การจะตัดสินองค์กรว่า เป็นองค์กรที่ไม่ให้โอกาสในการเติบโตนั้น โดยใช้ความรู้สึกของเราอย่างเดียวมาตัดสิน จึงอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ ที่อาจทำให้เราเดินจากองค์กรไป ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว ในการวิเคราะห์ว่า องค์กรให้โอกาสในการเติบโตหรือไม่นั้น เราอาจจะวิเคราะห์โดยใช้ความรู้สึก หรือความเชื่อส่วนตัว หรือความเห็นส่วนตัวในการตัดสินใจ ซึ่งอาจจะไม่เป็นจริงตามที่เราคิดก็ได้แต่เราตัดสินใจผิดพลาดไปแล้ว

สรุปหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าองค์กรให้โอกาสหรือไม่:

  1. สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นอย่างไร: กำลังเติบโตหรือกำลังเสื่อมถอย
  2. วัฒนธรรมขององค์กรเป็นอย่างไร : เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพราะเป็นเครื่องมือที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรไปในทิศทางใดอย่างชัดเจนและเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงมากที่สุดต่อการตัดสินใจว่าจะเปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตหรือไม่
  3. ลักษณะของผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการ: มีแนวคิดอย่างไรในการดำเนินกิจการ
  4. ตัวเราเอง (พนักงาน): มีความพร้อมแค่ไหนที่จะเข้าสู่กระบวนการเตรียมพร้อม ประกันเข้าสู่การพัฒนาตนเอง และมีความมั่นใจแค่ไหนที่จะทำงานในตำแหน่งงานใหม่หรือโอกาสใหม่ๆ ที่ว่าจะยื่นให้หากมีการให้โอกาสอย่างแท้จริง