09มี.ค.

การที่พนักงานลาออก แล้วนำสิ่งที่ไม่ดีขององค์กรไปพูดต่อในที่อื่นนั้น มันไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาในอดีตนานแล้ว เพียงแต่ว่า ในอดีต การนำไปขยายต่อนั้น อยู่เฉพาะในวงแคบๆ หรือเพื่อนสนิท หรือคนที่รู้จักใกล้ชิดเท่านั้น เพราะ ในสมัยก่อน สื่อออนไลน์ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน และการจะใช้สื่อในการทำสิ่งเหล่านี้ ก็มีต้นทุนสูงมาก จึงทำให้ความไม่พอใจจากการลาออกขององค์กร จะถูกพูดถึงเฉพาะในวงจำกัด เช่น ในวงอาหารของเพื่อนสนิท หรือ ในวงเครือญาติเท่านั้น

แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากสื่อมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต้นทุนในการเข้าถึงสื่อถูกมาก ดังนั้น จึงทำให้ QuitTok กลายเป็นเครื่องมือหรือเป็นตัวที่สร้างปัญหาให้กับองค์กรในระยะสั้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลอย่างชัดเจน 

สาเหตุที่นำไปสู่ QuitTok

สาเหตุของการลาออกด้วยอารมณ์ และนำไปขยายต่อ อาจจะมีสาเหตุมาจาก


1 ความเครียดในที่ทำงาน

2 วัฒนธรรมองค์กร ที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็นพิษ

3 ความไม่ยุติธรรมในการบริหารงาน

ผลกระทบของQuitTokที่จะมีความเสียหายกับองค์กรอย่างชัดเจน มีอะไรบ้าง

1 แบรนด์จะเสียหายทันที ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นจริงหรือไม่

แต่เมื่อถูกกล่าวหาแล้ว ผู้ที่รับฟังส่วนใหญ่มักจะเชื่อไปก่อนแล้วว่า เป็นไปตามสิ่งเหล่านั้นจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อาจจะกำลังมีอารมณ์ร่วม หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน ก็จะเชื่ออย่างสนิทใจ และเชื่อทันทีว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นได้เช่นกัน รวมถึงตัวเขาด้วย จะทำให้แบรนด์ขององค์กรเสียหายทันที

2 ต้นทุนในการสรรหาคนในระยะยาวจะสูงขึ้น

เนื่องจาก การสื่อสารทางโซเชียล สามารถแพร่กระจายไปอย่างไม่มีขีดจำกัด และเข้าถึงทุกตัวบุคคลทุกกลุ่มได้ จึงเปรียบเสมือน การล้างสมองของคนที่รับข่าวสารโดยปราศจากการตรวจสอบความเป็นจริง หรือคนที่เชื่อง่ายในทุกสิ่งที่อยู่บนสื่อ โดยไม่ได้รับการพิจารณาอย่างถ่องแท้ หรือ มีสติในการรับรู้ข่าวสารเป็นผลทำให้ การรับพนักงานจะยากขึ้น เนื่องจาก การสมัครงานในบริษัทนั้น อาจจะน้อยลง หรือ ถูกปฏิเสธการสัมภาษณ์งานมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ฟังจากสื่อที่นำเสนอจากคนที่ลาออกไปก่อนหน้านั้น

3 คนที่ทำงานอยู่ ก็จะหมดกำลังใจทันที

ต้องยอมรับความจริงว่า ในปัจจุบันนี้ Social มีผลต่อการตัดสินใจของคนทุกคนอย่างชัดเจน และส่วนใหญ่ มักจะเชื่อง่ายในสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็นมา จนทำให้ คนที่ทำงานอยู่ อาจจะหมดกำลังใจได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรเดียวกันที่พนักงานคนนั้นลาออกแล้วนำมาพูดต่อ หรือ พนักงานคนนั้น อาจจะอยู่ในองค์กรอื่น ที่รู้สึกว่ามีส่วนร่วมในความรู้สึก หรือประสบการณ์ใกล้เคียงกับสิ่งที่ถูกนำมาเสนอ จากพนักงานที่ลาออกในบริษัทอื่น

4 เป็นเชื้อไฟที่จะนำไปสู่องค์กรอื่นๆ และแผนกอื่นๆ ภายในองค์กรเดียวกัน

เสมือนว่า มีการจุดประกายไฟขึ้นมา แล้วมีการเติมเชื้อเพลิงเข้าไป ทำให้ไฟลามไปอย่างรวดเร็ว และลามอย่างไร้ทิศทาง จนไม่สามารถจะควบคุมได้ว่า จะดับไฟนั้นอย่างไร หรือจะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการเติมเชื้อเพลิงเข้าไปอีกจากจุดเริ่มต้นประกายไฟเล็กๆ

แนวทางการแก้ไขที่เราสามารถทำได้หรือควรจะรีบทำทันที

1 เปิดช่องทางให้มีการสื่อสารทั้งทางตรงและทางลับสำหรับพนักงานที่ไม่มีความสบายใจ

หรือ มีความอึดอัดใจ ไม่พอใจบริษัทอยู่ในปัจจุบัน โดยช่องทางดังกล่าว เป็นช่องทางที่เปิดเผย สำหรับพนักงานที่กล้าที่จะพูด และ เปิดเผยความเป็นจริงด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพราะมีตัวตนที่ยืนยันได้ว่าเขามีความคิด หรือ ความเชื่อ หรือความกังวลในปัญหาที่เกิดขึ้นกับเขาอย่างชัดเจน หรือ เป็นช่องทางลับ ที่ให้พนักงานสามารถส่งข้อมูลต่างๆได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน หรือ ยืนยันตัวตน เพื่อความปลอดภัย หรือความสบายใจของพนักงาน แต่ช่องทางดังกล่าวนี้ อาจจะต้องมีการพิจารณาให้ดี อาจจะมีการใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายบริษัท โดยที่ไม่ได้เป็นความจริงในสิ่งที่ถูกนำมากล่าว หรือ นำมาส่งข้อมูลต่างๆ ทางช่องทางลับนี้

2 นำข้อมูลทั้งหมด มาพิจารณาตรวจสอบความเป็นจริง และความเป็นไปได้ของปัญหา หลังจากนั้น ก็

2.1 นำมาคัดกรองให้ชัดเจนว่า เป็นปัญหาที่เร่งด่วน ปัญหาที่มีความรุนแรง แล้วขั้นตอนต่อไป ก็

2.2 นำไปจัดเรียงลำดับความสำคัญที่จะใช้ในการแก้ปัญหา จนสุดท้าย

2.3 นำไปสู่การกำหนดเป้าหมายในการแก้ปัญหา พร้อมค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ เพื่อในการดำเนินกิจการ ในการแก้ปัญหานั้นสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ

3 สร้างการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อลดน้ำหนัก หรือ ความรุนแรงของข้อกล่าวหาในเชิงลบ

และในขณะเดียวกัน ก็สร้างความเชื่อมั่นในเชิงบวกให้กับผู้รับฟังอื่นๆ เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ไว้ใช้สำหรับ ทำการจัดสมดุลของข้อมูล ทั้งเชิงลบและเชิงบวก สำหรับผู้ที่รับสื่อ หรือ รับข้อมูลดังกล่าวนั้นภายในและภายนอกองค์กร หมายถึง ข่าวลบที่ได้รับมา ก็ต้องถูกตอบกลับ ด้วยข่าวบวก เพื่อให้ผู้ที่รับสารได้คิดอีกครั้ง ทบทวนอีกครั้งในทั้งสองด้าน ทั้งแง่ลบและแง่บวกที่ได้รับข่าวสาร ทำให้เกิดสติในการพิจารณาข่าวสาร หรือรับข่าวสาร และนำไปสู่การตัดสินใจว่า จะเชื่อหรือไม่เชื่อมากน้อยเพียงใด กับสิ่งที่ได้รับมาทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

กล่าวโดยสรุปแล้ว สิ่งที่เราควรทำเพื่อเตรียมรับมือกับการลาออกด้วยอารมณ์ แล้วนำไปขยายในสื่อต่างๆ จะต้องทำดังต่อไปนี้

1 รีบพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่อยู่ในองค์กร

ที่จะมีส่วน หรือมีโอกาสจะสร้างความไม่พอใจ หรือ ความเข้าใจผิดให้กับพนักงาน จนนำไปสู่การลาออก และ นำไปพูดต่อในสื่อโซเชียลต่างๆ ในเชิงลบ เพื่อจะได้นำปัญหาเหล่านั้น มาเรียบเรียงลำดับความสำคัญ และ รีบหาทางแก้ไข ก่อนที่จะสายเกินไป หรือ ลดความเสียหาย ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาเป็นห่วงโซ่ หรือ เกิดตามๆ กันมา เหมือนปล่อยให้โรคร้ายกลายเป็นโรคที่เรื้อรัง โดยไม่รับการแก้ไข หรือ ลดความเสียหาย หรือ ควบคุมการลุกลามของปัญหาได้ทันเวลา

2 เปิดโอกาส หรือ สร้างช่องทางให้พนักงาน ได้พูดคุยแสดงความคิดเห็นออกมา

เพื่อลดระดับความกดดัน หรือ ให้พนักงานได้มีโอกาสระบายความเครียด ความไม่พอใจ จะทำให้ลดความคับแค้นใจ หรือความโกรธแค้นลงไปได้ระดับหนึ่ง เพราะ มีโอกาสได้ระบาย และ มีผู้ที่รับรู้รับฟังเขา ทำให้เขาอาจจะหลีกเลี่ยง ที่จะนำไปพูดต่อในสื่อโซเชียล เนื่องจาก เขาได้ระบาย และ มีผู้ที่รับรู้ รับฟัง และ เตรียมแก้ไขให้เขาแล้ว เป็นการลดความตึงเครียด และ ลดความโกรธแค้นต่อองค์กรได้ระดับหนึ่ง

3 สร้างวัฒนธรรมที่ดีในองค์กร ที่ทำให้พนักงานรู้สึกมั่นใจในความยุติธรรม

ในความเป็นธรรม มันจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน ด้วยการนำสิ่งที่ดี ที่เกิดขึ้นกับพนักงาน ออกมาประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับพนักงานอย่างแท้จริง และ มีผลการกระทำอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้พนักงานเกิดความรู้สึกที่ดี หรือ อาจจะมีความลังเลในการรับข่าวสารที่เป็นเชิงลบจากภายนอก เนื่องจาก ได้รับข่าวสารที่เป็นเชิงบวกจากองค์กรด้วยเช่นกัน จึงทำให้เกิดความสมดุลทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ทำให้พนักงานมีสติพิจารณามากขึ้น และรับข่าวสารอย่างระมัดระวังมากขึ้น

4 ที่สำคัญที่สุด ผู้นำองค์กร หรือ ผู้บริหารในทุกระดับชั้น

จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะ ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น รุนแรงรวดเร็ว และ แก้ไขหรือซ่อมแซมความเสียหายได้ยาก จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการป้องปราม ไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ว่า ระยะสั้นหรือระยะยาว

5 ความยุติธรรมคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพราะ เมื่อมีความยุติธรรมเกิดขึ้น

วัฒนธรรมองค์กรที่ดีก็จะถูกสร้างขึ้นได้ง่าย เพราะ ทุกคนมีความพึงพอใจ และ มีความมั่นใจในความยุติธรรมของบริษัท และ พร้อมที่จะร่วมมือในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี และมีทัศนคติที่ดีเชิงบวกกับองค์กรในอนาคตต่อไป Quit Tok ไม่ใช่สิ่งใหม่ เพียงแต่ เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบรุนแรงและรวดเร็วในยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีและการสื่อสารที่เข้าถึงง่าย และรองรับการกระทำอย่างง่ายดาย

บทความ / แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ
https://www.tiktok.com/tag/quittok
https://www.hrkatha.com/features/hr-pops-features/quittok-wake-up-call-for-hr-leaders/