ก่อนอื่นเราต้องมาดูก่อนว่าคนที่มีอายุ 40 บวกนั้น มีจุดเด่นอะไรบ้างเทียบกับคนรุ่นใหม่ๆ ที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ
1 คนที่มีอายุ 40+ คือ คนที่มีประสบการณ์ชีวิตโดยตรงมาก่อน จนกระทั่งถึงอายุ 40 ซึ่งเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับวิชาความรู้ เพราะในสมัยปัจจุบันองค์ความรู้ต่างๆสามารถเรียนรู้ทันกันได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ก็คือ ประสบการณ์ชีวิต ตั้งแต่เกิดจนอายุ 40 มีค่าและมีความหมายที่เป็นชีวิตจริง ประสบการณ์จริง ซึ่งไม่อาจได้จากเพีบงแค่ การเรียนหนังสือเก่ง หรืออ่านข้อมูลต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตได้ แต่ต้องได้จากประสบการณ์จริง เพราะ บางอย่างไม่สามารถเรียนลีดได้จากตำราหรืออินเทอร์เน็ต ต้องใช้ระยะเวลาในชีวิตจริง ที่เดินทางมาถึงอายุ 40 จึงจะมีประสบการณ์และมุมมองต่างๆอย่างรอบคอบแบบนั้นได้ นี่คือ สิ่งแรกที่จะต้องรู้ว่า จุดแข็งของคนอายุ 40+ คือประสบการณ์โดยตรงที่ไม่มีทางลัดที่จะเรียนลัดได้จากที่ไหน นอกจากเดินผ่านประสบการณ์ด้วยตัวเองมาอย่างยาวนาน

2 คนที่มีอายุ 40+ จะเป็นคนที่มองปัญหาได้รอบด้าน ดีกว่า คนที่เป็นวัยรุ่นทั่วไป เพราะหลายสิ่งหลายอย่างกว่าจะตกผลึกมาได้ ต้องใช้เวลาในการเจอปัญหาและแก้ปัญหามาตลอดทาง ไม่ได้หมายความว่า คนรุ่นใหม่จะแก้ปัญหาได้ไม่เก่งกว่าคนรุ่นเก่า แต่ประสบการณ์ในการมองรอบด้าน 360 องศา หรือ การมองไประยะไกลๆ นั้น ถือเป็นความสุขุมรอบคอบของคนรุ่นเก่า ย่อมมีมากกว่า คนรุ่นใหม่ ที่อาจจะมีความรู้มากมาย แต่ยังขาดความสุขุมรอบคอบ หรือที่เรียกว่า มีความฉลาดแต่อาจขาดความเฉลียว ซึ่งความเฉลียวนี้ สั่งส่งมาจากประสบการณ์ในการทำงาน ในการแก้ปัญหา และการคิดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้สามารถผ่านสิ่งต่างๆมาได้ ซึ่งสิ่งนี้ จะเป็นพื้นฐานที่แตกต่างระหว่างคนรุ่นเก่า กับคนรุ่นใหม่ และเป็นจุดเด่นของคนที่อายุ 40+ ในเรื่องของการมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบด้านได้ 360 องศา และ มองได้ไกลกว่า
3 คนที่มีอายุ 40+ เป็นคนที่มองเห็นโลกมากกว่าคนรุ่นใหม่ เป็นคนที่มีความอดทนรอได้นานกว่า วัยรุ่นย่อมมีความใจร้อนและต้องการให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นรวดเร็ว และมองทุกสิ่งทุกอย่างง่าย และคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป็นในทางบวกเสมอไป แต่เมื่ออายุถึง 40+ แล้ว จะเข้าใจว่า โลกใบนี้มันมีสิ่งที่ไม่แน่นอนมากมายที่ควบคุมไม่ได้ จึงทำให้คนที่มีอายุ 40+ จะมีความอดทนในการรอ ในบางสิ่งบางอย่างให้เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม โดยเข้าใจว่า บางสิ่งบางอย่างจะเร่งยังไงก็ไม่มีทางเร่งได้ เพราะมันเป็นเรื่องของเงื่อนไขเวลา และปัจจัยแวดล้อมที่จะสนับสนุนหรือเกื้อกูลให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่สามารถจะเร่งได้ จึงทำให้มีความอดทนในการรอคอยความสำเร็จ หรือ รอให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นตามช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทำให้คนอายุ 40+ มีความสุขุม ความอดทน อดกลั้นต่อการรอคอยความสำเร็จหรือผลลัพธ์ ที่จะเกิดขึ้น ได้มากกว่า นานกว่าคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เพราะคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถควบคุมได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางสิ่งบางอย่างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกาลเวลาเท่านั้น

4 คนที่มีอายุ 40+ จะเป็นคนที่ ความสมดุลชีวิตได้ดีกว่า และรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันไม่มีความสมบูรณ์แบบ ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่ทำ มีเพียงแต่ คำว่า สมดุล ซึ่งการจัดสมดุลนั้น จะต้องใช้ประสบการณ์ชีวิตในการ Balance หรือในการจัดสมดุลระหว่างสิ่งที่ต้องแลกไป กับสิ่งที่จะได้มา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เวลา หรือทรัพยากร หรือ ความคุ้มค่าในการดำเนินชีวิต หรือการตัดสินใจ เพื่อจะยอมเสียบางอย่าง เพื่อให้ได้บางอย่างที่ดีกว่าในอนาคต หรือ ยอมละทิ้ง จากสิ่งหนึ่ง ไปเริ่มต้นอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าในอนาคต แทนที่จะทำสิ่งเดิมต่อไป โดยที่มองเห็นว่าไม่มีทางที่จะดีขึ้น และ นี่คือความโดดเด่นของคนที่มีอายุ 40+ ที่สามารถเข้าใจได้ว่า เมื่อไหร่ควรหยุด เมื่อไหร่ควรไปต่อ เมื่อไหร่คนเริ่มต้นใหม่ เมื่อไหร่ควรจะแลกสิ่งใดกับสิ่งใด ที่มีค่ากับสิ่งที่ไม่มีค่า เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ในเป้าหมายใหญ่ระยะยาว
กลยุทธ์อะไรบ้างที่คนที่ 40+ จะสามารถปรับตัวให้ดีขึ้น โดยใช้ AI เข้ามาช่วย
1 การนำความรู้ใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ วิธีการเก่าๆ ในการวิเคราะห์ปัญหา หรือการทำรายงาน เช่น ในอดีต อาจจะเคยใช้ Excel ในการวิเคราะห์ข้อมูล หรือใช้ PowerPoint ในการนำเสนอข้อมูล ซึ่งสามารถทำได้ดีในช่วงหนึ่งในรูปแบบเดิมในสถานการณ์เดิมๆ ในอดีต แต่ในปัจจุบันนั้น มี AI เข้ามาช่วยเหลือมากมาย คนที่เป็นคนอายุ 40+ นั้นมีประสบการณ์ชีวิตสูง มีความเข้าใจในการทำงาน มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหา เพียงแต่ ต้องเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ ที่ AI ในยุคนี้ จัดเตรียมไว้ให้แทนการใช้เครื่องมือเก่าๆ เพื่อจะทำให้ผลลัพธ์ในการวิเคราะห์ปัญหา หรือการสร้างรายงาน หรือ การประเมินสถานการณ์ต่างๆ นั้น มีความถูกต้องรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งถ้าหากสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของ AI เข้ามาปรับใช้กับประสบการณ์ที่มีอยู่ จะทำให้มีความสามารถเหนือกว่าคนรุ่นใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะคนรุ่นใหม่ ยังไงก็ขาดประสบการณ์ แม้จะใช้เครื่องมือเหมือนกันแต่ประสบการณ์ต่างกัน ทำให้ความสมบูรณ์แบบในการวิเคราะห์ปัญหา หรือการมองปัญหาแตกต่างกัน และนี่ จะเป็นจุดแข็งของคนอายุ 40+ ที่สามารถปรับตัวเข้ากับ AI ได้

2 คนอายุ 40+ นั้นจะสามารถทำงานในหลายๆ อย่างได้ ในเวลาเดียวกันเนื่องจาก อายุที่ผ่านมาหลายสิบปีในการทำงาน มีโอกาสได้ทำงานในหลายหน้าที่ ในหลายตำแหน่ง จึงมีความรู้หลากหลายในหลายมิติ ซึ่งในสมัยก่อน อาจจะเป็นประโยชน์กับองค์กร เพราะคนที่มีความรู้หลากหลาย มีความจำเป็นต่อองค์กร เพราะสมัยก่อน องค์ความรู้ อาจจะน้อย เครื่องมืออาจจะไม่มี ไม่ดีพอ จึงทำให้ประสบการณ์ส่วนตัว เป็นจุดที่มีมูลค่า และเป็นจุดเด่นของคนอายุ 40+ แต่ในปัจจุบันนั้น หลายสิ่งหลายอย่างสามารถทดแทนด้วยองค์ความรู้ และเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึง AI จึงทำให้ความรอบรู้หลายๆ สิ่ง หลายอย่างนั้น อาจจะไม่ใช่จุดเด่นเสมอไป ดังนั้น คนอายุ 40+ จึงต้องเป็นคนที่ลดความรู้รอบตัวที่มากเกินไป และโฟกัสเฉพาะในสิ่งที่จำเป็นเพียงแค่ 2-3 อย่างแต่ต้องนำ AI มาใช้ให้สร้างผลงานที่ชัดเจน ในความเชี่ยวชาญ 2-3 อย่างเท่านั้น ให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนว่า เกิดประโยชน์อย่างไร เช่น ลดต้นทุนได้ 20% โดยการใช้ AI หรือ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้ 30% โดยการใช้ AI เข้ามาช่วย บวกกับประสบการณ์ส่วนตัว และการวิเคราะห์ปัญหา หรือความชำนาญส่วนตัวในหลายสาขาในอดีต แต่เน้นไปที่ 2-3 เรื่องที่สำคัญเท่านั้น ที่จะส่งผลกระทบโดยตรงกับองค์กรอย่างเห็นได้ชัดและมีนัยสำคัญ
3 คุณอายุ 40 + ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง จากคนที่เป็นคนทำงาน เป็นคนที่แก้ปัญหา เป็นคนที่กำหนดทิศทาง โดยใช้ความสามารถ หรือประสบการณ์ของตัวเองเป็นหลักในการชี้นำ และสร้างประโยชน์ขึ้นมา ทำให้เป็นคนที่คอยสร้างระบบให้กับทีมงาน โดยใช้ความรอบรู้ในประสบการณ์ต่างๆ ความชำนาญ ประสบการณ์ความสามารถในการมองเห็นปัญหาระยะยาว ใน 360 องศา และ ทำการสร้างระบบขึ้นมาเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานภายใต้ระบบที่ถูกวางไว้อย่างดีและรอบคอบจากประสบการณ์ที่มีอยู่ การสร้างระบบขึ้นมา จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและทุกคนสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ภายใต้ระบบที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะต้องอาศัยการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือการใช้งาน AI เพื่อกำหนดเป้าหมายในการสร้างระบบขึ้นมาให้ได้ แม้อาจจะไม่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง แต่จะต้องเป็นคนกำหนดทิศทาง หรือวางกรอบแนวทางต่างๆ ของระบบ ในระดับโครงสร้างให้ชัดเจนถูกต้อง

4 คนที่มีอายุ 40+ ไม่จำเป็นต้องเก่ง AI ทุกอย่าง หรือไม่จำเป็นต้องลึกซึ้งในเรื่องของ AI ต่างๆ เพียงแต่ จะต้องเป็นคนที่สามารถตัดสินใจเลือกได้ว่า เครื่องมือต่างๆที่จะต้องนำมาใช้ มีอะไรบ้าง ตามลำดับความสำคัญ และความจำเป็น รวมไปถึง จะต้องมีความเข้าใจว่าในแต่ละเครื่องมือนั้น จะต้องศึกษาหาความรู้ในระดับลึกเพียงใด เพราะเครื่องมือ AI ในปัจจุบัน มีมากมาย ถ้าต้องเรียนรู้ทุกเรื่อง อาจจะเสียเวลา และไม่ได้ใช้ AI เต็มที่ หรือ ไม่จำเป็นต้องใช้มากมายขนาดนั้น ดังนั้น คนอายุ 40+ จึงจะต้องเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องว่า เครื่องมือใดที่ต้องลึกซึ้งในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เครื่องมือใดที่เลือกมา เพื่อจะให้คนอื่นทำงานแทน แต่คนอายุ 40+ คือ คนที่คอยให้คำแนะนำ ชี้นำ หรือคอยระมัดระวังให้คนรุ่นใหม่ทำงานอย่างรอบคอบ
กล่าวโดยสรุป ก็คือ คนอายุ 40+ นั้น มีจุดเด่นในเรื่องของประสบการณ์ชีวิต ในเรื่องของมุมมอง ในเรื่องความสามารถในการคาดการณ์ ในเรื่องของความอดทนอดกลั้นในการรอคอย ในเรื่องของการเข้าใจถึงธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ว่า ต้องมีความสมดุลและต้องรอคอย มีความอดกลั้น มีความอดทนมากกว่า แต่จุดอ่อนของคนอายุ 40+ ก็คือความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้งานนั้นมีน้อย จึงมีความจำเป็นที่คนที่มีอายุ 40+ จะต้องเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เรียนรู้ว่า เครื่องมืออะไรบ้างที่จะนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง และจำเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างคุณภาพของตัวเองให้สูงขึ้นกว่าในอดีต เพราะ ประสบการณ์ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ บวกกับเครื่องมือสมัยใหม่ จะทำให้คนที่มีอายุ 40+ บวกไปได้ไกล หลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถเรียนลัดได้จากตำรา มีเพียงประสบการณ์ชีวิตที่เดินผ่านมา และสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น จึงจะตกผลึกถึงองค์ความรู้หรือความชำนาญในสิ่งนั้นๆ ได้






